เตาปฏิกรณ์

โลกแซ่ซ้องญี่ปุ่น “มีสติ-เตรียมพร้อม” แม้บ้านเมืองย่อยยับ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 18:37 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033156

ผู้รอดชีวิต 2 รายเข้าสวมกอดกันด้วยความดีใจหลังได้พบหน้า ที่เมืองโอฟุนาโตะ จังหวัดอิวาเตะ วานนี้(14)

       เอเอฟพี – แม้จะเผชิญทั้งแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ชาวญี่ปุ่นก็แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและพร้อมรับสถานการณ์อย่างดีเยี่ยม จนนานาชาติต่างชื่นชม
       
       สถานีโทรทัศน์ทั่วโลกเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะคลื่นยักษ์ซัดถล่มบ้านเรือนในญี่ปุ่นและหอบเอารถยนต์นับสิบคันลอยไปตามน้ำราวกับของเล่นเด็ก ประชาชนผู้รอดชีวิตต่างยืนตะลึงกับความย่อยยับที่เห็นอยู่ตรงหน้า
       
       แต่ภาพที่ปรากฏยังสื่อให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่ง นั่นคือภาพชาวญี่ปุ่นที่ออกตามหาบุคคลอันเป็นที่รัก หรือรอคอยสิ่งของบรรเทาทุกข์ด้วยอาการสงบ ไม่มีการปล้นชิงหรือความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น แม้จะต้องเข้าแถวรอซื้อสินค้าที่ขายกันจนเกือบเกลี้ยงร้านก็ตาม
       
       สื่อสังคมออนไลน์ต่างนิยามคนญี่ปุ่นว่าเป็นมนุษย์ที่ “ปลงตก” พร้อมตั้งคำถามว่า หากภัยพิบัติเช่นเดียวกันนี้เกิดขึ้นในโลกตะวันตกบ้างจะเป็นอย่างไร
       
       โจเซฟ เนย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ให้ความเห็นว่า ภัยธรรมชาติครั้งนี้อาจช่วยส่งเสริม “พลังอันนุ่มนวล” ของญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงการสร้างความสำเร็จโดยเผยบุคลิกอันน่าดึงดูดออกมา
       
       “แม้โศกนาฏกรรมครั้งนี้จะหนักหนาสาหัส แต่ก็ทำให้เราได้เห็นคุณสมบัติที่น่าดึงดูดของชาวญี่ปุ่น และนั่นอาจจะช่วยส่งเสริมพลังอันนุ่มนวลของพวกเขา” เนย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านอีเมล
       
       “นอกจากจะทำให้โลกรู้สึกเห็นใจแล้ว พวกเขายังแสดงให้เห็นว่าเป็นสังคมที่มั่นคง มีระเบียบเรียบร้อย และพร้อมรับมือกับภัยพิบัติรุนแรงอย่างที่ชาติพัฒนาแล้วควรจะเป็น”
       
       ที่ผ่านมา การมอบเงินช่วยเหลือแก่ต่างชาติถือเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของญี่ปุ่น แต่หลังจากนี้คาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจพิจารณาลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลง เนื่องจากต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อฟื้นฟูประเทศ

บริษัทผลิตอาหารแห่งหนึ่งเตรียมข้าวปั้นใส่กล่องเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในเมืองอากิตะ วันนี้(15)

       ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้จะช่วยให้ญี่ปุ่นเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หลังจากเผชิญภาวะเศรษฐกิจซบเซา, อัตราความชราสูง และการเปลี่ยนรัฐบาลเป็นว่าเล่นมานานหลายปี
       
       “ปัญหาอยู่ที่ญี่ปุ่นจะสามารถรับมือกับสิ่งที่จำเป็น, ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ และฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นได้หรือไม่” นิโคลาส เซเชนยี รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ (ซีเอสไอเอส) เผย
       
       “อาจยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ใดๆ แต่เท่าที่ดูขณะนี้ผมคิดว่าคนญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นความยืดหยุ่นในเวลาวิกฤต ซึ่งบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับอนาคตของประเทศนี้ในอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์ข้างหน้า”
       
       อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะก็ทำให้ญี่ปุ่นต้องกลับมาพิจารณาถึงความปลอดภัยของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์
       
       กลุ่มผู้คัดค้านพลังงานนิวเคลียร์ใช้สถานการณ์ในญี่ปุ่นเป็นเหตุผลเพื่อยับยั้งการพัฒนาพลังงานประเภทนี้ ขณะที่ผู้สนับสนุนในสหรัฐฯก็เรียกร้องให้ทบทวนเรื่องความปลอดภัยกันใหม่
       
       อย่างไรก็ตาม จอน คีล วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันของสหรัฐฯ กลับแสดงความชื่นชมต่อการเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น
       
       “สุดท้ายชาวญี่ปุ่นอาจจะหลีกเลี่ยงหายนะครั้งนี้ไปได้อย่างสวยงามก็เป็นได้” คีล ให้สัมภาษณ์
       
       หากไม่นับรวมปัญหานิวเคลียร์แล้ว สื่อมวลชนต่างสรรเสริญวิธีการตอบสนองภัยพิบัติของญี่ปุ่นทั้งสิ้น
       
       หนังสือพิมพ์เนชันแนลโพสต์ ของแคนาดา ระบุว่า วิสัยทัศน์ที่ยาวไกลของญี่ปุ่น “ช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้นับแสน”
       
       “ประชาชนไม่ต้องเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะถูกอาคารบ้านเช่าที่ง่อนแง่นถล่มลงมาทับ ซึ่งต่างกับที่เคยเกิดในเฮติ (2010) ปากีสถาน (2005) และเสฉวน (2008)”
       
       บทบรรณาธิการของวารสารวอลล์สตรีท บรรยายไว้ว่า “หลังเกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงที่สุดในรอบ 300 ปี คนญี่ปุ่นยังคงมีสติท่ามกลางความสับสน สามารถระดมความช่วยเหลือถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างมหาศาล และได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศ”

ทหารญี่ปุ่นขนน้ำและเครื่องดื่มลงจากเรือบรรทุกเครื่องบิน โรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน วานนี้(14)


“ไอเออีเอ” เผยโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นปลดปล่อย “กัมมันตรังสี” สู่ชั้นบรรยากาศโดยตรงแล้ว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 15:37 น.

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033386

ภาพการระเบิดของอาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 วานนี้(14) ล่าสุดทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ(ไอเออีเอ)เตือนว่า โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะมีการแผ่กัมมันตรังสีออกสู่ชั้นบรรยากาศโดยตรงแล้ว

       เอเจนซี – ญี่ปุ่นแจ้งแก่ทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ว่า เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว กำลังเกิดการเผาไหม้ภายในเครื่องปฏิกรณ์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ส่งผลให้สารกัมมันตรังสีแพร่ออกสู่ชั้นบรรยากาศโดยตรง ไอเออีเอ เผยวันนี้ (15)
      
 ไอเออีเอ แถลงรายงานจากทางการญี่ปุ่น ว่า โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะแผ่กัมมันตภาพรังสีออกสู่ชั้นบรรยากาศราว ณ จุดเกิดเหตุด้วยอัตรา 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง
       
       ไอเออีเอ ไม่ได้ให้รายละเอียด หรือแสดงการเปรียบเทียบระดับรังสี แต่ข้อมูลจากสมาคมนิวเคลียร์โลก ระบุว่า การได้รับกัมมันตรังสีเกิน 100 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้
       
       “ทางการญี่ปุ่น แจ้งว่า การเผาไหม้ดังกล่าวอาจเกิดจากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน” ไอเออีเอ แถลง
       
       รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศวันนี้ (15) ว่า ระดับกัมมันตรังสีรอบโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะเพิ่มสูงขึ้นหลังการระเบิดภายในอาคารเตาปฏิกรณ์ 2 แห่ง ส่วนสถานทูตฝรั่งเศสในกรุงโตเกียว ก็เตือนว่า กระแสลมอาจพัดพาเอาสารกัมมันตรังสีระดับต่ำลอยไปถึงเมืองหลวงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
       
       ไอเออีเอ ได้รับแจ้งว่า “แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วภายในบ่อเก็บของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ หมายเลข 4 โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ กำลังลุกไหม้ ทำให้กัมมันตรังสีถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ”
       
       “อัตราการปลดปล่อย ณ จุดเกิดเหตุอยู่ที่ประมาณ 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งทางการญี่ปุ่นคาดว่า การเผาไหม้อาจเกิดจากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน”
       
       นักวิจัยระบุว่า ร่างกายมนุษย์จะได้รับสารกัมมันตรังสีประมาณ 12 มิลลิซีเวิร์ต ต่อการทำซีทีสแกนหัวใจ 1 ครั้ง

โตเกียวตรวจพบ “กัมมันตรังสี” สูงกว่าปกติแต่ไม่อันตราย ผู้คนบางส่วนแตกตื่นหนีออกนอกเมือง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 13:26 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033318

ประชาชนกักตุนอาหารและน้ำดื่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต

       เอเอฟพี/เอเจนซี – เจ้าหน้าที่รัฐบาลกรุงโตเกียว เผย ตรวจพบกัมมันตรังสีที่สูงกว่าระดับปกติในเมืองหลวงของญี่ปุ่น เช้านี้ (15) แต่ยืนยันว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ขณะที่ชาวกรุงพากันแตกตื่น บางรายอพยพหนีออกนอกเมือง บ้างก็กักตุนเสบียงอาหารเตรียมพร้อมไว้แล้ว
       
       ซาอิริ โคกะ เจ้าหน้าที่รัฐบาลนครหลวงโตเกียว กล่าวว่า “เราเฝ้าสังเกตระดับกัมมันตรังสีที่สูงกว่าปกติในกรุงโตเกียวเช้านี้ แต่เราไม่คิดว่านั่นจะอยู่ในระดับที่ร่างกายมนุษย์จะได้รับผลกระทบ”
       
       รัฐบาลกลางของญี่ปุ่นเตือนว่า ระดับกัมมันตรังสีบริเวณใกล้กับโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 250 กิโลเมตร เป็นอันตรายต่อมนุษย์แล้ว หลังเกิดเหตุระเบิด และไฟไหม้อาคารเตาปฏิกรณ์ ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มาก่อนหน้านี้
       
       เจ้าหน้าที่นครบาลอีกราย ระบุว่า สามารถวัดปริมาณรังสีในเมืองหลวงของญี่ปุ่นได้ 0.809 ไมโครซีเวิร์ต ระหว่างเวลาประมาณ 10.00-11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าวจีจีเพรสชี้ว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปริมาณในวันจันทร์ (14) ถึง 20 เท่า
       
       สถานทูตหลายประเทศในกรุงโตเกียวแนะนำให้เจ้าหน้าที่ และพลเมืองของตัวเองออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนนักท่องเที่ยวต้องย่นเวลาวันหยุดพักผ่อน และบริษัทต่างชาติก็เร่งให้พนักงานออกจากพื้นที่ หรือวางแผนย้ายไปอยู่นอกเมืองก่อน

ปั๊มน้ำมันยังขายน้ำมันจนหมด ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนพลังงาน

       หนึ่งในสัญญาณบ่งบอกความแตกตื่นของประชาชนคือ ห้างสะดวกซื้อดอนกิโฆเต ซึ่งตามปกติเปิดบริการ 24 ชั่วโมงนั้นขายสินค้าประเภท วิทยุ ไฟฉาย เทียน เชื้อเพลิงกระป๋อง และถุงนอนหมดเกลี้ยง
       
       นักข่าวจากนานาประเทศจำนวนหนึ่ง ที่ลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติในเมืองเซนได ซึ่งถูกแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์ทำลายล้างจนราบคาบ ได้กลับออกมาแล้ว
       
       ขณะที่สำนักจัดหางานไมเคิล เพจ อินเตอร์เนชันนัลของอังกฤษ ซึ่งมีสำนักงานในกรุงโตเกียว ปิดทำการเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยพนักงานคนหนึ่งเผยว่าเขาจะเดินทางไปทำงานที่สำนักงานในสิงคโปร์
       
       ด้านสำนักข่าวเกียวโดเสริมว่า ในจังหวัดไซตามะ ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโตเกียวนั้นก็ยังตรวจพบระดับกัมมันตรังสีสูงกว่าปกติถึง 40 เท่า แต่ไม่ถึงขนาดเป็นอันตรายต่อคน ทว่า ทำให้เกิดความแตกตื่นในนครหลวงอันทันสมัยที่ผู้คนคับคั่งอย่างมาก
       
       เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า กระแสลมที่พัดพาเอากัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะได้เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งผ่านกรุงโตเกียว แต่จะเปลี่ยนทิศไปทางตะวันตกในเวลาต่อมา
       
       กรมอุตุฯ ระบุว่า ความเร็วลมจะเพิ่มขึ้นในวันพุธ (16) โดยจะเคลื่อนตัวไปทางใต้ด้วยความเร็ว 3-5 เมตรต่อวินาที ก่อนที่จะเปลี่ยนทิศไปทางตะวันออกไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิกด้วยความเร็วมากขึ้นที่ 5-12 เมตรต่อวินาที ในวันเดียวกัน

ผู้คนต้องปิดจมูกและปากป้องกันกัมมันตรังสี

       


ด่วน!! เกิดเสียงระเบิดที่อาคาร “เตาปฏิกรณ์ 2” ของญี่ปุ่นเช้านี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 08:07 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033139

เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะเช้าวันนี้(15) แต่ผู้บริหารโรงไฟฟ้าเชื่อคอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์ไม่น่าจะได้รับความเสียหา

       เอเอฟพี – เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะในช่วงเช้าวันนี้ (15) ซึ่งนับเป็นการระเบิดครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันเสาร์ (12) ที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงไฟฟ้าเผย
       
       โฆษกบริษัท โตเกียว อิเล็คทริค เพาเวอร์ โค (เท็ปโก) เปิดเผยว่า “เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง” ขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 เมื่อเวลาประมาณ 06.00 ถึง 06.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น วันนี้ (15)
       
       รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า คอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์เสียหายบางส่วน แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากแรงระเบิดหรือไม่
       
       ยูกิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า อ่างเก็บน้ำหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เก็บกักน้ำเพื่อลดอุณหภูมิและควบคุมความดันได้รับความเสียหาย
       
       “แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีปริมาณกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด” เอดาโนะกล่าว
       
       เท็ปโก เชื่อว่า คอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์ไม่น่าจะได้รับความเสียหายหรือเกิดรอยรั่ว เนื่องจากระดับกัมมันตรังสีไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น โฆษกสำนักงานความปลอดภัยด้านปรมาณูญี่ปุ่น เผย
       
       ล่าสุด เท็ปโกได้อพยพคนงานบางส่วนออกจากบริเวณเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 แล้ว
       
       “เราได้อพยพพนักงานออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว เว้นแต่ผู้ที่มีหน้าที่ลดอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์” โฆษกเท็ปโกระบุ
       
       เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านอุตสาหกรรมและปรมาณูญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ว่า “คนงานที่อยู่ใกล้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ถูกอพยพออกไปทั้งหมด ยกเว้นพวกที่ต้องสูบน้ำเข้ามาลดอุณหภูมิของเตา”
       
       “แต่การอพยพคนไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต”

       

Blogged with the Flock Browser
Posted in Pher | Tagged | Leave a comment

อุตุฯโลกชี้ “กัมมันตรังสี” จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นถูกพัดออกสู่แปซิฟิกแล้ว

อุตุฯโลกชี้ “กัมมันตรังสี” จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นถูกพัดออกสู่แปซิฟิกแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 19:33 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033520
เอเจนซี/เอเอฟพี – องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ชี้ กระแสลมพัดพาเอาสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าปรมาณูฟุกุชิมะ ลอยออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว แต่ไม่ส่งผลใดๆ ต่อญี่ปุ่น และประเทศใกล้เคียง
       

       “ปัจจัยแวดล้อมทางด้านลมฟ้าอากาศทั้งหมดขึ้นอยู่กับสภาพนอกชายฝั่งแล้ว ไม่มีผลตามมากับญี่ปุ่น หรือประเทศอื่นที่อยู่ใกล้ญี่ปุ่น” มารยัม โกลนารากี หัวหน้าแผนกบรรเทาความเสี่ยงภัยพิบัติของดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าว
       
       โฆษกดับเบิลยูเอ็มโอ ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ยังเตือนว่า แม้กระแสลมได้พัดเอาอนุภาคสารกัมมันตรังสีออกนอกชายฝั่งของประเทศไปแล้ว แต่สภาพภูมิอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ และทางองค์กรกำลังเฝ้าจับตาดูข้อมูลจากดาวเทียม และแหล่งอื่นๆ อย่างใกล้ชิด
       
       ก่อนหน้านี้ พยากรณ์อากาศ ชี้ว่า ลมใกล้พื้นผิวเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปทางตะวันออก ซึ่งหมายความว่า กำลังพัดออกสู่มหาสมุทร ขณะที่ลมเหนือพื้นดิน 1,000 เมตร จะเคลื่อนที่ไปทางตะวันออก ก่อนเปลี่ยนไปทางตะวันออกเฉียงใต้

       
       อย่างไรก็ตาม ในวันพุธ (16) คาดว่า ทั้งกระแสลมใกล้พื้นผิว และลมเหนือพื้นดิน 1,000 เมตรจะเคลื่อนตัวไปทางเหนือ ก่อนเปลี่ยนทิศไปทางตะวันตกอีกครั้ง
       
       รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่า ระดับกัมมันตรังสีบริเวณใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ซึ่งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว พุ่งถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์แล้ว หลังโรงไฟฟ้าดังกล่าวเกิดระเบิด 2 ครั้ง และไฟไหม้อีกครั้งในวันนี้
       
       ขณะที่เตาปฏิกรณ์ปรมาณู 4 จากทั้งหมด 6 เครื่องที่โรงไฟฟ้าหมายเลข 1 ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 250 กิโลเมตร กำลังร้อนเกินพิกัด เนื่องจากระบบหล่อเย็นล้มเหลว และอาจส่งผลให้เกิดการระเบิดได้


สัญลักษณ์บ่งชี้ทิศทางกระแสลมที่จะพัดอนุภาคสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะของญี่ปุ่น

Blogged with the Flock Browser
Posted in Pher | Tagged | Leave a comment

ซากความเสียหายหลังภัยพิบัติกระหน่ำญี่ปุ่น เสบียงขาดแคลน

ซากความเสียหายหลังภัยพิบัติกระหน่ำญี่ปุ่น เสบียงขาดแคลน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 17:20 น.
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033448

       ญี่ปุ่นเผชิญหายนะ เตาปฏิกรณ์ตัวที่ 2 ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด ล่าสุด ตัวที่ 4 ไฟไหม้ เตือน ปชช.รอบโรงไฟฟ้าอยู่แต่บ้านพัก ด้านหน่วยกู้ภัยยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เสยีบงอาหารค่อนข้างขาดแคลน

       วันนี้ (15 มี.ค.) เกิดการระเบิดขึ้นภายในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ หมายเลข 1 ที่ จ.ฟูกูชิมะ เป็นครั้งที่ 3 โดยเกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์ตัวที่ 2 ที่เมื่อวานนี้มีรายงานว่า ระบบหล่อเย็นเสียหายหนัก ล่าสุดมีรายงานว่า เตาปฏิกรณ์ตัวที่ 4 ที่เหลือเพียง 1 ตัว เกิดเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นออกมายอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีในระดับสูงพอที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ได้ โดยนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เตือนประชาชนในรัศมี 30 กิโลเมตร โดยรอบโรงไฟฟ้า ให้อยู่ภายในบ้านและที่พัก เพื่อความปลอดภัย

       ด้าน คณะกู้ภัยญี่ปุ่นยังคงเร่งทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ขณะที่ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อเสบียงตามซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีอยู่อย่างจำกัด

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

Blogged with the Flock Browser
Posted in Pher | Tagged | Leave a comment

‘สึนามิ’ถล่ม’ญี่ปุ่น’พังพินาศ เตียมการในไทย

สึนามิถล่มญี่ปุ่น แผ่นดินไหวแรงสุดใน140ปี พังยับตายหลายร้อย-สูญหายอื้อ
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน12 มีนาคม 2554 01:21 น.http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031963

รอยเตอร์/บีบีซี/ซีเอ็นเอ็น – ญี่ปุ่นประสบหายนะแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี วัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 8.9 มีศูนย์กลางใกล้กับชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงถึง 10 เมตรซัดถล่มหลายจังหวัดบนเกาะฮอนชู  กวาดทุกสิ่งทุกอย่างจนวินาศสันตะโร มีรายงานผู้เสียชิวิตแล้วหลายร้อยราย คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ท่าอากาศยานและระบบรถไฟใต้ดินในโตเกียว-ไฮสปีดชินคันเซนทั่วประเทศ ระงับให้บริการ!!!
       
       เกิดธรณีพิบัติครั้งประวัติศาสตร์ขนาด 8.9 เขย่าญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ (11) ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงที่สุดเท่าที่สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ เคยวัดได้ โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดมิยางิทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชูในมหาสมุทรแปซิฟิกเพียง 130 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนจากธรณีพิโรธครั้งนี้ซึ่งรับรู้ไกลถึงกรุงโตเกียวยังก่อให้เกิดเกลียวคลื่นยักษ์สึนามิความสูงถึง 10 เมตร ซัดถล่มหลายจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ อันได้แก่ จังหวัดมิยางิ, ฟูกุชิมะ รวมทั้งตัวเมืองหลวงเองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ขณะที่ทางการญี่ปุ่นออกมาประกาศภาวะฉุกเฉินและเตือนให้จังหวัดชายฝั่งทางตอนเหนือคอยเฝ้าระวัง เนื่องจากหวั่นว่าอาจเกิดคลื่นสึนามิตามถล่มซ้ำอีก หลังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาเป็นระลอกๆ นับครั้งไม่ถ้วน
       
       โทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานว่า พบศพผู้เสียชีวิตจากพสุธากัมปนาทครั้งนี้แล้ว200 -300 รายในจังหวัดฟูกุชิมะ, มิยางิ, โทชิงิและกรุงโตเกียว นอกจากนี้ยังผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานด้วยว่าประชาชนราว 4.4 ล้านครัวเรือนทางตอนเหนือของประเทศไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ส่วนที่เมืองเซนได เมืองเอกของจังหวัดมิยางิ สื่อแดนอาทิตย์อุทัยรายงานว่า โรงแรมแห่งหนึ่งได้พังถล่มลงมา สร้างความหวั่นเกรงกันว่าจะมีประชาชนจำนวนมากถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้ซากปรักหักพังดังกล่าว ขณะที่ในกรุงโตเกียว ก็เกิดเหตุหลังคาของอาคารแห่งหนึ่งพังถล่มระหว่างพิธีสำเร็จการศึกษา ซึ่งมีนักศึกษาเข้าร่วมพิธีประมาณ 600 คน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทว่ายังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
       
       ภาพข่าวมุมสูงที่บันทึกได้จากเฮลิคอปเตอร์เผยให้เห็นคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มบ้านเรือนและอาคารสิ่งก่อสร้าง, พื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนสะพานและเสาไฟฟ้าจนล้มครืนระเนระนาด และกวาดเอาซากปรักหักพัง, รถยนต์, รถบรรทุก รวมถึงเรือจำนวนมากลอยเคว้งไปไกลสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้คลื่นสึนามิยังสร้างความเสียหายแก่โรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยที่กำแพงคลื่นได้ทำให้ท่อส่งน้ำมันแตกจนเกิดการระเบิดขึ้นและมีไฟลุกท่วมเสียหายอย่างหนัก
       
       ภาพข่าวสัญญาณสดของโทรทัศน์เอ็นเอชเคที่มีการแพร่ภาพไปทั่วโลก ยังเผยให้เห็นเปลวเพลิงและกลุ่มควันดำโขมงพวยพุ่งออกมาจากโรงงานหลายแห่งในเขตนิคมอุตสาหกรรมในย่านไอโซโกะ เมืองโยโกฮามา รวมถึงเห็นเขม่าควันลอยมาจากตึกอาคารในโอไดบะ ณ เขตชานเมืองของโตเกียวอีกด้วย
       
       ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่อาคารเครื่องกังหันหลังหนึ่งในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์โอนางาวะ ในจังหวัดมิยางิ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นไม่มีรายงานการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 แห่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่สุดจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวก็ถูกสั่งปิดทำงานชั่วคราว รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งด้วย
       
       เกียวโด ยังระบุเพิ่มเติมว่า มีเรือลำหนึ่งซึ่งทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 100 คน ถูกคลื่นพัดพาหายไป และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ทราบชะตากรรม
       
       ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งหลักนาริตะ ได้ระงับให้บริการชั่วคราวทั้งขาเข้าและขาออก อย่างไรก็ตามภายหลังตรวจสอบไม่พบความเสียหาย ทางท่าอากาศยานก็ได้เปิดให้บริการบางเที่ยวบินตั้งแต่เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (19.00 เวลาเมืองไทย) แต่กระนั้นรถไฟใต้ดินบางสายในกรุงโตเกียวยังคงปิดบริการจนถึงตอนนี้ เช่นเดียวกับรถไฟหัวกระสุนชินคันเซนก็หยุดให้บริการเกือบทั้งประเทศอย่างไม่มีกำหนดเพื่อความปลอดภัย
       
       “ผมกลัวมากและก็กำลังหวาดผวาอยู่” ฮิเดคัทสุ ฮาตะ วัย 36 ปี ผู้จัดการร้านก๋วยเตี๋ยวตำหรับจีน ในเขตอากาซากะ กรุงโตเกียว ให้สัมภาษณ์ “ผมยังไม่เคยประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต”
       
       ส่วนลินดา เซียง นักข่าวรอยเตอร์ที่ประจำอยู่ในญี่ปุ่นก็เล่าประสบการณ์ส่วนตัวของเธอจากกรุงโตเกียว ระบุว่า “มันเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยประสบมานับจากที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่นเมื่อกว่า 20 ปีก่อนเลยทีเดียว”
       
       “ตึกที่ทีมงานเราทำงานสั่นสะเทือนอยู่นาน ขณะที่ผู้คนในห้องข่าวก็รีบหยิบฉวยหมวกนิรภัยมาใส่ โดยที่มีบางคนรีบมุดลงใต้โต๊ะ” เธอรายงาน
       
       “ผู้คนเนืองแน่นบนท้องถนน นี่มันเหลือเชื่อ ทุกคนพยายามหาทางกลับบ้านแต่ไม่พบแท็กซีสักคันในกินซา ซึ่งเป็นบริเวณที่ปกติแล้วมีรถแท็กซีจอดรอลูกค้าอยู่เต็มไปหมด” โคจิ โกโตะ ชาวโตเกียววัย 43 ปี เล่าเหตุการณ์ โดยที่เขตอากาซากะ ในย่านดาวทาวน์ของเมืองหลวง บรรดาพนักงานบริษัทและห้างร้านจำนวนหลายร้อยชีวิตออกมายืนอยู่บนถนนฮิโตสึงิไม่กล้าเข้าไปในตัวอาคาร
       
       ด้านนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ธรณีพิโรธคราวนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักเป็นพื้นที่บริเวณกว้างทางตอนเหนือของญี่ปุ่น” โดยรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ไปช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่บนอาคาร รวมทั้งส่งเครื่องบินออกสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมดแล้ว
       
       ทั้งนี้ตามข้อมูลของสำนักอุตุนิยมวิทยาแดนอาทิตย์อุทัย แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ามีระดับความรุนแรงสูงที่สุดในรอบ 140 ปีของญี่ปุ่น แซงหน้าเหตุธรณีพิโรธที่อุบัติขึ้นในเกรต คันโตะ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1923 ซึ่งคราวนั้นวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.9 และคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 140,000 คน โดยก่อนหน้านี้ในปี 1995 ญี่ปุ่นเคยเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ ซึ่งสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ อันเป็นมูลค่าความเสียหายที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแดนอาทิตย์อุทัยเลยทีเดียว
       
       ด้านฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ต่างก็ออกประกาศเฝ้าระวังภัยสึนามิในประเทศของตนแล้ว ทั้งนี้สำนักอุตุนิยมวิทยาและธรณีวิทยาของหลายประเทศเตือนว่า คลื่นสึนามิจากแหล่งกำเนิดในญี่ปุ่นจะพัดถึงชายฝั่งของสามประเทศข้างต้นในช่วงเวลาที่ลดหลั่นกันลงมาเมื่อช่วงคืนวานนี้ (11) อย่างไรก็ตามไต้หวันแถลงว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากสึนามิคราวนี้ โดยที่คลื่นในทะเลมีระดับสูงกว่าช่วงเวลาปกติไม่มากนัก
       
       ขณะที่ศูนย์เตือนสึนามิแปซิฟิก (Pacific Tsunami Warning Center) ก็ได้แถลงเตือนไปยังทุกประเทศที่ตั้งอยู่รายล้อมเขตชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกตลอดแนวไปไกลจนถึงโคลอมเบียและเปรู ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับหายนะที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยที่องค์การกาชาดในนครเจนีวา ประกาศเตือนว่า ความสูงของสึนามิจากแผ่นดินไหวครั้งนี้สูงกว่าเกาะบางแห่งในมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย ส่วนสหรัฐฯ ก็ได้ดำเนินการอพยพผู้คนบนเกาะฮาวายกันจ้าละหวั่นเมื่อวานนี้
       
       สำหรับความพยายามของนานาชาติในการเสนอให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลญี่ปุ่น ประธานาธิบดีดมิตรี เมดเวเดฟของรัสเซีย แถลงว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือญี่ปุ่นเต็มที่ เช่นเดียวกับสหรัฐฯ, จีน และไทยก็ทยอยกันออกมาแสดงความเสียใจและเสนอให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน
       
       **ตลาดหุ้นเอเชียตกกราวรูด-น้ำมันก็ลดฮวบ-เงินเยนดีดขึ้น
       
       สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์ในแถบเอเชียวานนี้(11) พากันตกเป็นแถว ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบก็ไหลลงแรง ส่วนทางด้านเงินเยนสามารถดีดขึ้นมาได้จากที่ดำดิ่งในช่วงแรกๆ
       
       ในตอนปิดตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นนิกเกอิของตลาดโตเกียวลดลง 1.72% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของตลาดฮ่องกงถอยลงมา 1.55% ทางด้านดัชนีสำคัญของสิงคโปร์ก็ถอย 1.04% และของตลาดกัวลาลัมเปอร์หล่น 1.40%
       
       ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่ามหาภัยพิบัติคราวนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงขนาดไหน แต่เนื่องจากความรุนแรงของแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เกิดความหวาดผวากันไปทั่ว
       
       ยิ่งกว่านั้น ตลาดการเงินยังอยู่ในอาการขวัญผวาอยู่ก่อนแล้วจากปัจจัยลบหลายๆ ประการที่รุมเร้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นความไม่สงบในตะวันออกกลาง, ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินภาครัฐของพวกประเทศยูโรโซน, การที่สหรัฐฯประกาศตัวเลขขาดดุลการค้าหนักหน่วงกว่าที่คาดหมายกัน, ตลอดจนจีนก็แถลงว่าขาดดุลการค้าในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง
       
       ทางด้านตลาดหลักทรัพย์แถบยุโรปวานนี้ ในช่วงครึ่งวันแรกก็อยู่ในอาการเดียวกัน คือต่างพากันติดลบเป็นแถบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกกิจการประกันภัย
       
       สำหรับค่าเงินเยนนั้น ในช่วงต้นๆ หลังเกิดแผ่นดินไหว ได้อ่อนยวบลงมาจนอยู่ในระดับต่ำสุดแถวๆ 83.29 เยนต่อดอลลาร์ เนื่องจากพวกดีลเลอร์พากันกระโจนหนีออกจากความเสี่ยงที่มากับภัยพิบัติ แต่แล้วก็กลับกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีแรงซื้อของพวกที่ยังอยากเสี่ยง ตลอดจนมีการวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะดีขึ้นเพราะต้องมีการก่อสร้างฟื้นฟูบูรณะ จนทำให้ในช่วงเที่ยงๆ ของลอนดอน เงินเยนแข็งขึ้นมาที่ 82.22 เยนต่อดอลลาร์
       
       ในส่วนของน้ำมัน ความหวาดวิตกว่าภัยพิบัติคราวนี้จะส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจแดนอาทิตย์อุทัย ได้ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญชนิดนี้ทรุดต่ำ ทั้งนี้เมื่อเวลา 12.15 น.จีเอ็มที (ตรงกับ 19.15น.เวลาเมืองไทย) สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดเบรนต์ ของลอนดอน ราคาหล่นลงมา 2.3% อยู่ที่ 112.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ก็ถอยลง 2.7% อยู่ที่ 99.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
       
       **ผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
       
       ในเวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของภัยพิบัติคราวนี้ต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน แต่ที่เห็นได้เฉพาะหน้าคือ พวกโรงงานต่างๆ ทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งตั้งอยู่ในหลายๆ ส่วนของแดนอาทิตย์อุทัย ต้องปิดทำการลงชั่วคราว ในเมื่อแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามินอกจากสร้างความเสียหายให้แก่โรงงานบางแห่งโดยตรงแล้ว ยังทำให้การคมนาคมขนส่งต้องสะดุดติดขัด และการจ่ายกระแสไฟฟ้าก็ขัดข้อง
       
       บริเวณที่ประสบภัยพิบัติหนักหน่วงที่สุด คือ จังหวัดมิยางิ และพื้นที่ใกล้เคียงนั้น มีเขตอุตสาหกรรมที่สำคัญอยู่หลายแห่ง และมีโรงงานเคมีและโรงงานอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ตามข้อมูลของ แมคคอวรี รีเสิร์ช ระบุว่า มิยางิ มีส่วนในการสร้างจีดีพีของญี่ปุ่นราวๆ 1.7%
       
       สื่อญี่ปุ่นแจ้งว่า โซนี่ ยักษ์ใหญ่อิเล็กทรอนิกส์ ได้ประกาศปิดโรงงาน 6 แห่ง ขณะที่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โตโยต้า คอร์ป ได้ระงับการผลิตในโรงงานชิ้นส่วนแห่งหนึ่ง และโรงงานประกอบรถอีก 2 แห่ง เช่นเดียวกับ นิสสัน มอเตอร์ ซึ่งสั่งหยุดงานในโรงงาน 4 แห่ง
       
       อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งนั้นคาดหมายกันว่า พวกผู้นำของพรรครัฐบาลผสม และพรรคฝ่ายค้าน จะหันมาผลักดันให้รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านร่างงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อใช้จ่ายในงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ต่างๆ ส่วนทางด้านธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ก็แถลงว่าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้เป็นที่มั่นใจได้ว่าตลาดการเงินวังคงมีเสถียรภาพ.


‘นราฯ-ปัตตานี’ เฝ้าระวังสึนามิ ถึงเช้า-ไม่แรง!

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน12 มีนาคม 2554 01:22 น.http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031962

ศูนย์ข่าวภูมิภาค – ผู้ว่าฯนราธิวาส-ปัตตานี สั่งกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสึนามิจากญี่ปุ่นตลอด 24 ชม.พร้อมให้ส่งสัญญาณเตือนภัยและอพยพประชาชนทันที เผยได้รับแจ้งจากอุตุฯระวังผลกระทบสึนามิในไทยอาจจะเดินทางจากญี่ปุ่นมาถึงจุดแรกที่บริเวณนราธิวาส-ปัตตานีเวลา 05.00น.ในวันนี้ 12 มี.ค.แต่ความรุนแรงไม่มาก คลื่นจะสูงประมาณ 15-20 ซม. ประชาชน-นักธรุกิจด้านฝั่งอันดามันและอ่าวไทยไม่แตกตื่น
        
       นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 8.9 ริกเตอร์ที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น และตามด้วยสึนามิ ทำให้หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปัตตานี และนราธิวาส จะได้รับผลกระทบจากเหตุสึนามิตามไปด้วย
       
       ล่าสุดตนได้ตั้งทีมเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจขึ้นเพื่อติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่งโมง พร้อมกันนี้ได้เร่งประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับประเทศทั้งจากกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อสอบถามสถานการณ์ ตลอดจนการติดตามรายละเอียดและทิศทางของการเกิดสึนามิที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ และจะส่งผลกระทบมากน้อยขนาดไหนเพื่อเตรียมความพร้อมสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากเกิดสึนามิขึ้นจริงในพื้นที่ประเทศไทยก็อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมงกว่าจะถึงไทย ซึ่งในช่วงนี้ในระดับพื้นที่ยังมีเวลาในการเตรียมตัวและเตรียมการอพยพได้ทัน แต่ทั้งหมดต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อแจ้งประสานงานที่เป็นรูปธรรม โดยเบื้องต้นในระดับพื้นที่ได้มีการเตรียมการหารือแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้ในระดับเบื้องต้นแล้ว
       
       “จนถึงขณะนี้เรายังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดว่าผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนี้จะกระทบมาถึงประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งต้องรอการยืนยันอีกครั้ง โดยในช่วงนี้เพื่อความไม่ประมาทได้มีการเตรียมการหารือแผนการดำเนินการเอาไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งเตือนการอพยพอย่างเป็นทางการ๐
       
       **ผู้ว่าฯปัตตานีเชื่อไม่กระทบอ่าวไทย 
       
       นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น จนทำให้เกิดคลื่นสึนามิพัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งหลายนั้น ในส่วนของประเทศไทยเท่าที่ติดตามและตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์กรณีที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบคลื่นสึนามิด้วยหรือไม่นั้น
       
       นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้รับการแจ้งประสานจากอุตุฯว่า ผลกระทบสึนามิในประเทศไทยอาจจะเดินทางมาถึงจุดแรกที่บริเวณนราธิวาส และปัตตานีเวลาประมาณ 05.00 น.ในวันที่ 12 มี.ค.แต่ความรุนแรงไม่น่าเป็นห่วงเพราะเชื่อว่าคลื่นจะสูงประมาณ15-20 ซม.เท่านั้น
       
       “เนื่องจากความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นทำให้ทุกฝ่ายเป็นห่วงผลกระทบที่จะมาถึงประเทศไทย แต่เท่าที่ตรวจสอบไม่น่าจะมีปัญหาเนื่องจากระยะทางจากจุดแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากไทยค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันก็มีเกาะและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม ขวางและกั้นไว้ก่อนที่คลื่นจะมาถึงฝั่งอ่าวไทยทำให้เชื่อว้าไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบแต่อย่างใด”
       
       **คนอันดามันไม่วิตก-ตามข่าวตลอด 
       
       สำหรับบรรยากาศบริเวณชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2547 นักท่องเที่ยวต่างยังใช้ชีวิตและทำกิจกรรมตามปกติ โดยนายสมชาย จำปาพันธ์ และนายดิเรก ลินติดต่อ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์สึนามิถล่มที่หาดป่าตอง กล่าวตรงกันว่า จนถึงขณะนี้ยังรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้น หลังจากทราบข่าวเรื่องสึนามิถล่มที่ญี่ปุ่น ก็รู้สึกกลัว แต่ก็ไม่ตื่นตระหนกและเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของข่าวสารในประเทศและต่างประเทศ ร่วมทั้งเฝ้าติดตามระดับน้ำในทะเลตลอดเวลา แม้ว่าเหตุการณ์สึนามิถล่มในครั้งนี้จะอยู่ห่างจากประเทศไทยก็ตาม
       
       นายกฤษฎา ตันสกุล ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่หาดป่าตอง กล่าวว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวไม่ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้ เพราะหลายคนเข้าใจว่าเป็นคนละพื้นที่ รวมทั้งยังมีความมั่นใจในระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีอยู่
       
       ส่วนนายไมตรี จงไกรจักร ผู้ประสานงานชุมชนบ้านน้ำเค็ม จ.พังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยประสบภัยสึนามิโดยตรง กล่าวว่า ชาวบ้านไม่กังวลหรือตื่นตกใจกับเหตุการณ์สึนามิถล่มในประเทศญี่ปุ่น เพราะรู้ว่าสึนามิที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ไกลจากบ้านน้ำเค็มมาก ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามปกติไม่มีการอพยพออกจากพื้นที่แต่อย่างใด
       
       **ผู้ประกอบการเรือมั่นใจระบบเตือนภัย
       
       ทางด้านชาวบ้านในพื้นที่ จ.ระนอง จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ที่เคยประสบเหตุการณ์สึนามิชาวบ้านยังใช้ชีวิตตามปกติ และไม่ตื่นกลัวกับเหตุการณ์สึนามิถล่มที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้
       
       เช่นเดียวกับผู้ประกอบการเรือหางยาวนำเที่ยวบริเวณอ่าวนาง จ.กระบี่ ส่วนใหญ่ทราบข่าวแล้ว แต่ทุกคนก็ไม่ได้ตื่นตระหนกยังคงมีการนำท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวตามสถานที่เกาะแก่งต่างๆ เพราะทุกคนเชื่อมั่นในระบบเตือนภัย และต่างก็เคยประสบมาแล้ว ส่วนแหล่งท่องเที่ยวตามชายหาดอ่าวนาง ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินเที่ยวตามชายหาดโดยไม่มีความรู้สึกตระหนกหรือตกใจว่าจะเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิขึ้นอีกใน จ.กระบี่
       
       **สุราษฎร์ฯไม่วิตกเหตุสึนามิถล่มญี่ปุ่น
       
       นายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในส่วนของสุราษฎร์ธานี คิดว่าโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากทะเลฝั่งอ่าวไทยเป็นทะเลลาดเอียงไม่ลึกชัน ประกอบกับทะเลสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองร้อยเกาะ ซึ่งมีเกาะแก่งอยู่จำนวนมาก จึงเป็นเกาะกำบังคลื่นลมเป็นอย่างดี แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะไม่มีความรุนแรง ไม่เหมือนกับทะเลฝั่งอันดามันที่มีความลึกและลาดชัน เมื่อเกิดสึนามิขึ้นจึงมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับสิ่งที่อยู่ริมชายฝั่ง
       
       **นักธุรกิจพัทยาไม่หวั่นแต่ไม่ประมาท
       
       ทางด้านกลุ่มนักธุรกิจในเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ส่วนใหญ่ไม่มีความหวาดวิตกต่อเรื่องดังกล่าว โดยนายจำรูญ วิศวชัยพันธ์ นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยามีโอกาสจะเจอสึนามิแบบประเทศญี่ปุ่นน้อยมาก เพราะเกาะแก่งมีอยู่มากมาย จึงไม่ค่อยมีความวิตกสักเท่าไร
       
       นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล กรรมการผู้จัดการในเครือไมค์กรุ๊ป พัทยา กล่าวว่า ตามพื้นที่ภูมิศาสตร์อ่าวไทยไม่ได้อยู่ในแนวเลื่อนของแผ่นดินไหวดังกล่าว พัทยาก็ไม่น่าจะมีผลกระทบ ส่วนใหญ่ภูมิภาคที่เกิดจะเป็นฝั่งอันดามัน อ่าวไทยนั้นมีผืนดินใหญ่ขนาบข้างและมีหมู่เกาะมากมาย ถ้าเรียนรู้ข้อมูลภูมิศาสตร์ก็จะไม่วิตกกังวล และอ่าวไทยก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก
       

       นายสาธิต ทับขัน นักธุรกิจเจ้าของกิจการห้องเช่าและอพาร์ทเม้นต์ขนาดกลางรายหนึ่งย่านพัทยาใต้ กล่าวว่า ตามที่ดูภาพข่าวแล้วเป็นภาพที่น่าหวดกลัวหากเกิดขึ้นในพัทยา เพราะจะสร้างความเสียเป็นอย่างมากในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งหลายฝ่ายอาจไม่มีความวิตกกังวลเพราะพัทยาอยู่ในเขตอ่าวไทย แต่ขอเตือนว่าอย่าประมาทกับภัยธรรมชาติ เพราะสามารถเกิดขึ้นที่ใดและเมื่อใดก็ได้ เมื่อถึงเวลาที่ธรรมชาติจะเอาคืนมนุษย์ ต่อให้อยู่ที่ใดก็ไม่จะควรประมาททั้งสิ้น.

เร่งอพยพคนไทยในมิยากิ “สมิทธ”ให้จับตาเวียดนาม
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน12 มีนาคม 2554 01:25 น.http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031960

ASTVผู้ จัดการรายวัน – ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือสึนามิในญี่ปุ่นพร้อมอพยพ 300 คนไทยในมิยากิ จากจำนวนแรงงานไทยในญี่ปุ่นเกือบ 2 หมื่นคน ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิภาคพื้นแปซิฟิกออกโรงเตือน 20 ประเทศ อาเซียนประชุมฉุกเฉินเตรียมช่วยเหลือ “สมิทธ” เตือนถ้าเข้าเวียดนามให้เร่งอพยพ เผยคนบันเทิงเมืองไทยระทึกระหว่างทัวร์โอซาก้า
        
       เย็นวานนี้ (11 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว 8.9 ริคเตอร์ และเกิดคลื่นสึนามิถล่มในประเทศญี่ปุ่น ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานได้มีการประสานงานและจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานและสามารถจะติดต่อกับหน่วยงานของเราที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ฉะนั้น รายละเอียดจะมีการแจ้งเบอร์โทรศัพท์สำหรับสอบถามการติดต่อ เพื่อให้ประชาชนคนไทย ญาติพี่น้อง ที่อาจะมีบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามและถ้ามีความจำ เป็นในการประสานขอความช่วยเหลือในเรื่องใด ได้มีการดำเนินอยู่ในขณะนี้ ทั้งในสองกระทรวงที่เกี่ยวข้องและจะได้มีการรายงานให้ทราบ รายละเอียดความคืบหน้าถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม
       
       นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ประการที่สอง ในส่วนของประเทศญี่ปุ่น ตนเองเชื่อว่าคนไทยคงจำได้ตอนที่ประเทศไทยประสบกับภัยสึนามิ ประเทศญี่ปุ่นได้มีการให้ความช่วยเหลือ แสดงน้ำใจ ฉะนั้น เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น เรื่องของการช่วยเหลือใสรูปแบบใด ก็จะดูตามความต้องการ ความเหมาะสม ทางฝ่ายไทยก็พร้อม และคิดว่าวันจันทร์ที่ 14 มี.ค จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คงจะสามารถรวบรวมว่ามีอะไรบ้างที่เราคิดว่าสามารถช่วยเหลือให้การสนับสนุน ทางประเทศญี่ปุ่นได้
       
       **อพยพ 300 คนไทยในมิยากิ
       
       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ได้อพยพคนไทย และผู้ที่ทำงานในสถานทูตญี่ปุ่น ออกมาจากที่ตั้งก่อน เพื่อความปลอดภัย จากนั้นจะทำการประสานงานกลับเข้าไปอีกครั้ง จากข้อมูลเบื้องต้น มีคนไทยในประเทศญี่ปุ่นราว 50,000 คน ส่วนในจังหวัดสุ่มเสี่ยงที่มิยางิ มีคนไทยราว 300 คน ยังไม่มี
รายงานบาด เจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้การประสานงานให้ความช่วยเหลืออาจเป็นไปด้วยความล่าช้า เพราะระบบการสื่อสารถูกจตัดขาดหมดแล้ว และเพื่อความปลอดภัยของแจ้งเตือนคนไทยที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น ขอให้ชะลอการเดินทางออกไปก่อน
       
       **มีแรงงานไทยในญี่ปุ่น 2 หมื่นคน 
       
       นายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยถึงกรณีการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศว่า จากการตรวจสอบกับสำนักบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศพบ ขณะนี้มีแรงงานไทย เดินทางไปทำงานและฝึกงานแบบมีรายได้ที่ประเทศญี่ปุ่น กระจายอยู่ในหลายเมือง รวมกว่า 19,700คน จากจำนวนคนไทยทั้งหมดกว่า 42,200คน แบ่งเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย 13,700 คน แบ่งเป็นแรงงานวิชาชีพ และฝีมือ กว่า 2,400 คน กึ่งฝีมือฝึกงาน 4,300 คน และแรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตให้มีวีซ่าในการทำงาน กว่า 7,000 คน และแรงงานผิดกฎหมายกว่า 6,000 คน
       
       **2 นักเรียนไทยติดอยู่ในเมืองมิยากิ
        
       
       นายสุเมธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เพิ่งได้รับข้อมูลจาก IMM ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งนักเรียนไทยไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด 1,085 ราย แต่ในจำนวนนี้มี 2 รายที่ถูกส่งไปอยู่ในจังหวัดมิยากิอันเป็นจุดเกิดเหตุ แต่ยอมรับว่าขณะนี้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างลำบากมาก
       
       นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีคำสั่งด่วนให้ตั้งคณะทำงานเตรียมการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติ ภัยสงคราม หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั่วโลก โดยให้ นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน เพื่อคอยติดตามการช่วยเหลือแรงงานในต่างประเทศให้ทันท่วงที ส่วนญาติที่ต้องการติดต่อสอบถาม สามารถโทรได้ที่สายด่วน 1694 ตลอด 24 ชั่วโมง
       
       **การสื่อสารติดขัดโทรศัพท์ล่ม
       
       เมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) ยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทยได้ เพราะระบบโทรศัพท์ที่ประเทศญี่ปุ่นล่มชั่วคราว และได้มีการอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสถานทูตไทยในกรุงโตเกียวแล้ว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งด่วน ให้ตั้งคณะทำงานเตรียมการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ภัยสงคราม หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆทั่วโลก โดยให้นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และ เพื่อคอยติดตามช่วยเหลือแรงงานในประเทศต่างๆให้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ญาติแรงงานไทยในญี่ปุ่น โทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1694 ตลอด 24 ชม.
       
       **ศูนย์เตือนภัยฯ เตือน20ประเทศ
       
       นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยสึนามิภาคพื้นแปซิฟิก ได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิใน 20 ประเทศ โดยประเทศไทยไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มดังล่าว แต่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ประสานกับทางการเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเกิดคลื่นสึนามิจะต้องผ่านประเทศเวียดนามก่อนที่จะมาถึงประเทศไทย โดย 3 จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ คือ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลา
       
       นายสุวิทย์ ยังกล่าวเตือนไปยังประชาชนว่า ไม่ควรตื่นตระหนก พร้อมทั้งสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประสานงานกับกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เพื่อประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเตรียมการอพยพประชาชนใน กรณีที่เกิดเหตุการณ์สึนามิในประเทศไทย คาดว่าหากเกิดสึนามีที่ประเทศเวียดนาม ประเทศไทยจะมีเวลา 6 ชั่วโมงในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หรือประมาณ 2.00 น.(ในเวลาไทย)ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ที่ศูนย์ ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยโทรศัพท์ 02-621-9703-5
       
       **มอบเงินช่วยเหลือญี่ปุ่น 5 ล้าน
       
       นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้พิจารณาให้เงินช่วยเหลือเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น จำนวน 5 ล้านบาท และกำลังจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในส่วนของสิ่งของและอุปกรณ์ยัง ชีพ โดยจะประสานหารือกับสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่าจะจัดส่งความช่วยเหลือ ดังกล่าวไปทางใด
       
       นายธานี กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระทรวงต่างประเทศยังไม่ได้ออกประกาศเตือนเรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง หลังเกิดแผ่นไหว 8.9 ริกเตอร์
       
       **อาเซียนประชุมฉุกเฉินเตรียมช่วย
       
       นาย สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า อาเซียนจะมีการประชุมเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่นหลังเกิดแผ่นดิน ไหว และสึนามิ โดยเฉพาะการเตรียมกำลังความพร้อมเข้าช่วยเหลือในด้านการกู้ภัย ขณะนี้เป็นหน้าที่ ๆ ทุกประเทศจะต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากที่ผ่านมาญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทุกประเทศที่ เกิดปัญหา ทั้งน้ำท่วมในสหรัฐ และแผ่นดินไหวในนิวซีแลนด์ ขณะที่ไทยก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นในช่วงปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยประสบปัญหา
       
       “ญี่ปุ่นไม่เคยรีรอที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือประเทศในอาเซียน รวมทั้งทั่วโลก ผมจะรีบกลับไปประสานท่าทีของอาเซียน” นายสุรินทร์ กล่าว
       
       **สมิทธเตือนถ้าเข้าเวียดนามให้อพยพ
       
       นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ในประเทศไทยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ทางภาคใต้ตอนล่างได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี โดยไทยต้องเฝ้าระวังสถานการณ์หากพบว่า มีความสั่นสะเทือนมายังพื้นที่ทะเลจีนใต้ผ่านเข้ามาฟิลิปปินส์ ก็ต้องเร่งประกาศเตือนภัย แต่ถ้าหากเข้ามาถึงประเทศเวียดนาม ไทยควรที่จะอพยพประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงขึ้นมาที่สูงอยู่แล้ว โดยพยายามติดตามข่าวสารผ่านสื่อกระแสหลักเพื่อดูสถานการณ์โดยรวม
       
       นายบุรินทร์ เวชบันเทิง ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังและติดตามแผ่นดินไหวและสึนามิ เปิดเผยว่า อาจจะกระทบถึงประเทศไทยบริเวณจังหวัดนราธิวาส ในเวลาไม่เกิน 16 ชั่วโมงนี้ หรือในช่วงเช้ามืดของวันที่ 12 มี.ค. ล่าสุดเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองซามา ประเทศฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4
       
       นายภูเวียง ประคำมินทร์ โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ได้เฝ้าระวังปัตตานีกับนราธิวาส ซึ่งหากสึนามิจะมาถึงไทยในช่วงเช้ามืดวันที่ 12 มี.ค. แต่มีคลื่นสูงเล็กน้อยเพียง 20 เซนติเมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กรมอุตุฯ ได้ตั้งเครื่องเตือนภัยไว้ที่ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไต้หวัน จะสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ 4-5 ชั่วโมง
       
       ***สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวัง 
       
       นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้มีการสั่งการไปยังอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ที่อยู่ริมทะเลชายฝั่งอ่าวไทย ให้คอยติดตามสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมและเตรียมการตามลำดับขั้นตอนของการป้องกันและแก้ไข ปัญหา
       
       แต่ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ที่สำคัญที่สุดก็คือ ให้คอยติดตามข่าวจากศูนย์ติดตามการเกิดแผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชาวเรือ ซึ่งตนได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการสั่งการไปแล้วด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เสรี ศุภธาทิพย์ ผอ.ศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ผลกระทบจากสึนามิ ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะจุดศูนย์กลางของเหตุการณ์แผ่นดินไหว ห่างจากประเทศไทยถึง 6,000 กิโลเมตร ทางญี่ปุ่นทราบดีว่า จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ไม่คาดคิดว่าเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ จะมีความรุนแรงมากขนาดนี้ เพราะศูนย์เตือนภัยแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เป็นศูนย์เตือนภัยที่ดีที่สุดในโลก และการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ รุนแรง และเกิดเร็วกว่าที่คาดการณ์ 20 ปี
       
       ***ดาราดังทัวร์โอซาก้าระทึก
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฉันทวิชช์ ธนะเสวี หรือ “เต๋อ” นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์ กวนมึนโฮ ได้โพสต์ข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์? @terchantwis ระบุว่า “ตอนนี้ผมอยู่โอซาก้า แล้วจู่ๆก็มีแผ่นดินไหว รู้สึกว่าพื้นมันสั่นๆ … เรื่องยังงี้มันปกติรึเปล่าเนี่ย?? โดยหลังจากนั้น ก็หายเงียบไป โดย ทวิตก่อนหน้านั้น เขาบอกว่ารู้สึกได้ถึงแผ่นดินไหว
       
       นอกจากนี้ยังมี ราจิต แสงชูโต อดีตสามีของนักแสดงสาว สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ก็ได้ไปถ่ายทำโฆษณาชิ้นหนึ่งอยู่ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน โดยอยู่ที่ชั้น 13 ในอาคารแห่งหนึ่งขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนและระบุว่ากำลังหาทางกลับประเทศไทย แต่ยังกลับไม่ได้เนื่องจากสนามบินปิดทำการ.

ผู้ว่าฯปัตตานี สั่งเฝ้าระวังสึนามิ 24 ชม.- ชาวบ้านติดทะเล 6 อำเภอเตรียมหนีหากแจ้งเตือน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์11 มีนาคม 2554 19:09 น.http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031905



ปัตตานี – ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ติดทะเล ใน 6 อำเภอของปัตตานี เตรียมพร้อมหนีภัยสึนามิ ภายหลังเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวจนเกิดสึนามิขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น บางรายเตรียมย้ายไปอยู่กับญาติในตัวเมือง ผู้ว่าฯสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามอย่างใกล้ชิด 24 ชม.
       
       ภายหลังเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว จนเกิดสึนามิขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น และก็ทำให้หลายประเทศต้องประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังภัย รวมไปถึงประเทศไทย โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย ที่มี จ.นราธิวาส ปัตตานี สงขลา ที่จะเกิดผลกระทบจากภัยสึนามิครั้งนี้
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดภัยสึนามิ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาปัตตานี ได้แจ้งเตือนทางวิทยุสื่อสาร รวมไปถึงสถานีวิทยุชุมชน ให้ประกาศแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดฝั่งชายทะเลอ่าวไทย และชาวประมงที่ออกหาปลาอยู่กลางทะเลใน อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น อ.ปะนาเระ อ.ยะหริ่ง อ.เมือง และ อ.หนองจิก ให้เฝ้าระวังคลื่นสูงจากสึนามิที่อาจจะเข้าฝั่งในช่วงเวลา 04.00-05.00 น.ของวันที่ 12 มี.ค.นี้
       
       ขณะที่บรรยากาศการตื่นตัวของประชาชนที่หวั่นเกิดอันตรายจากผลกระทบจากภัยสึนามินั้น ปรากฏว่า ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดชายทะเลต่างตื่นตระหนก และเกรงว่า จะเกิดอันตราย ซึ่งประชาชนต่างเฝ้าดูความผิดปกติของน้ำทะเลตลอดเวลา หลังจากเกิดภัยสึนามิ บางรายถึงขั้นเตรียมอพยพครอบครัวเข้าไปอยู่ในตัวเมืองของแต่ละอำเภอ เนื่องจากอยู่ห่างจากฝั่งทะเลหลายกิโลเมตร
       
       
ด้าน นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้สั่งการด่วนให้อำเภอที่อยู่ติดทะเลให้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือหากเกิดภัยอันตรายจากสึนามิ และให้เฝ้าระวังความผิดปกติทางทะเลตลอด 24 ชั่วโมง หากมีการแจ้งเตือนจากส่วนกลางว่าจะมีอันตรายก็ให้รีบประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยด่วนที่สุด ก่อนที่จะเกิดอันตราย ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้น

“สมิทธ” เตือนไทยเฝ้าระวังสึนามิจากญี่ปุ่น เข้าฟิลิปปินส์เร่งประกาศเตือนภัย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์11 มีนาคม 2554 17:47 น.http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031873


เตือนไทยเฝ้าระวัง “นราธิวาส-ปัตตานี” ระวังกระทบจากเหตุสึนามิของญี่ปุ่น หากเข้าฟิลิปปินส์ ให้เร่งประกาศเตือนภัย แต่ถ้าผ่านสู่เวียดนาม ให้เร่งย้ายประชากร 
   
       นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ในประเทศไทยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ทางภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี โดยไทยต้องเฝ้าระวังสถานการณ์หากพบว่ามีความสั่นสะเทือนมายังพื้นที่ทะเลจีนใต้ ผ่านเข้ามาฟิลิปปินส์ ก็ต้องเร่งประกาศเตือนภัย แต่ถ้าหากเข้ามาถึงประเทศเวียดนาม ไทยควรที่จะอพยพประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงขึ้นมาที่สูงอยู่แล้ว โดยพยายามติดตามข่าวสารผ่านสื่อกระแสหลักเพื่อดูสถานการณ์โดยรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


10 อันดับแผ่นดินไหวสะเทือนโลก
ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์-สึนามิสูง 10 เมตร ซัดเมืองชายฝั่ง
ชาวบ้านฉงน!! ปลาหลายล้านตัวเกยตื้นหมู่ปริศนาในแคลิฟอร์เนีย



Blogged with the Flock Browser
Posted in Pher | Tagged | 1 Comment

In Pics:ภาพน่าขนลุก’สึนามิ’ถล่ม’ญี่ปุ่น’พังพินาศ

In Pics:ภาพน่าขนลุก’สึนามิ’ถล่ม’ญี่ปุ่น’พังพินาศ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์12 มีนาคม 2554 03:02 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000032016


 ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ญี่ปุ่นประสบหายนะแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปีเมื่อวันศุกร์ (11) โดยวัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 8.9และมีศูนย์กลางใกล้กับชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงถึง 10 เมตรซัดถล่มหลายจังหวัดบนเกาะฮอนชู และกวาดทุกสิ่งทุกอย่างจนวินาศสันตะโร ขณะที่สื่อมวลชนคาดอาจมีผู้เสียชีวิตนับพันคน
      
     ธรณีพิบัติครั้งประวัติศาสตร์ขนาด 8.9 เขย่าญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ (11) ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงที่สุดเท่าที่สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ เคยวัดได้ โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดมิยางิทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชูในมหาสมุทรแปซิฟิกเพียง 130 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนจากธรณีพิโรธครั้งนี้ซึ่งรับรู้ไกลถึงกรุงโตเกียวยังก่อให้เกิดเกลียวคลื่นยักษ์สึนามิความสูงถึง 10 เมตร ซัดถล่มหลายจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ อันได้แก่ จังหวัดมิยางิ, ฟูกุชิมะ รวมทั้งตัวเมืองหลวงเองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน และภาพต่อไปนี้สามารถบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

       

      





       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       

       ญี่ปุ่นเสียว แผ่นดินไหวเขย่าฮอนชูซ้ำช่วงเช้ามืดวันเสาร์
       
In Pics:ภาพน่าขนลุก’สึนามิ’ถล่ม’ญี่ปุ่น’พังพินาศ
       
ญี่ปุ่นระดมพลลงพื้นที่’สึนามิ’นานาชาติเสนอช่วย ยอดตายส่อทะลุ1,000
       
‘ศพเกลื่อนหาด’หลังสึนามิถล่มญี่ปุ่น คาดยอดตายพุ่งถึงครึ่งพัน
       
สถานทูตไทยในญี่ปุ่นตั้งศูนย์ ปสง.ฉุกเฉิน ยังไม่มีรายงานคนไทยตาย-บาดเจ็บ
       
ยันสึนามิจากดินไหวญี่ปุ่นไม่กระทบไทย ซัดไกลถึงอินโดฯ-ปินส์-ฮาวาย
       
“สภากาชาดสากล” หวั่นประเทศยากจนไม่พร้อมรับมือ “สึนามิ”
       
บันทึกคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ครั้งใหญ่ทั่วโลก
       
สหรัฐฯ เตือน “สึนามิ” เมืองชายฝั่งแปซิฟิก ทั้งออสเตรเลีย-อเมริกาใต้
       
ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์-สึนามิสูง 10 เมตร ซัดเมืองชายฝั่ง


Blogged with the Flock Browser
Posted in Pher | Tagged | Leave a comment

ฟอนต์มาตรฐานราชการไทย

โครงการฟอนต์มาตรฐานราชการไทย

ด้วยในการประชุมคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่  ๗  กันยายน  ๒๕๕๓  มีมติเห็นชอบโครงการฟอนต์มาตรฐานราชการไทย  ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารการเสนอ  โดยให้รับความเห็นและข้อสังเกตของสำนักนายกรัฐมนตรีที่เห็นควรให้จัดพิมพ์ตัวเลขเป็นเลขไทยเพื่อส่งเสริมการใช้เลขไทยตามมติคณะรัฐมนตรี

จึงให้ส่วนราชการ/โรงเรียนในสังกัดได้ดำเนินการตามโครงการฟอนต์มาตรฐานไทย  ดังนี้

๑. ดำเนินการติดตั้งฟอนต์สารบรรณ  TH Sarabun PSK  และฟอนต์อื่น ๆ ทั้งหมด  13  ฟอนต์เพิ่มในระบบปฏิบัติการ  Thai  OS  และใช้ฟอนต์ดังกล่าวแทนฟอนต์เดิม  สามารถดาวน์โหลดได้ที่  http://www.sipa.or.th  หรือ   http://www.phetchabun.go.th

หรือสามารถดาวน์โหลดฟอนต์มาตรฐานราชการไทย TH Sarabun PSK ได้ที่นี่   คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลด

หรือ  ดาวน์โหลดเฉพาะฟอนซ์ไปติดตั้งใน Control Panel เองได้ที่นี่  คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลด

๒. ให้จัดพิมพ์ตัวเลขเป็นเลขไทย  เพื่องส่งเสริมการใช้เลขไทยตามมติคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่  ๒  พฤษภาคม  ๒๕๕๓   แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ที่  นร  ๐๒๐๕/ว ๖๒   ลงวันที่  ๑๐  พฤษภาคม  ๒๕๕๓  เรื่อง  การกำกับดูแลให้หน่วยงานราชการทุกแห่งใช้เลขศักราชเป็นเลขปีพุทธศักราชในกิจกรรมทุกด้านของหน่วยงาน

โหลดเอกสารหนังสือนำส่งทั้งหมด  คลิ๊กที่นี่


Blogged with the Flock Browser
Posted in MIS&iT | Tagged | Leave a comment

คำศัพท์คอมพิวเตอร์ ที่แปลเป็นไทย


Software ละมุนภัณฑ์

Hardware กระด้างภัณฑ์

Adware โฆษณาภัณฑ์

Spyware สืบภัณฑ์ (????????)

Thaiware ไทยภัณฑ์ (เว็บไทยภัณฑ์ อันโด่งดัง ใครๆก็รู้จัก ??)

Malware ประสงค์ร้ายภัณฑ์ (หรือประทุษร้ายภัณฑ์)

Shareware แบ่งภัณฑ์

Freeware ให้เปล่าภัณฑ์

key bord กระดานลูกกุญแจ

mouse หนู , ชวด

optical mouse หนูจักษุ ชวดจักษุ

main bord กระดานหลัก

compact disc จานกระทัดรัด

hard disk แผ่นกลมแข็ง

windows exprorer ผู้สำรวจหน้าต่างหลายบาน (มันเป็นใครกันฟะ)

power point จุดพลัง

microsoft ธุลีละมุน (อะไรกันเนี่ย)

Abort, retry, ignore เลิกเสีย ลองดูใหม่ ไม่แยแส

Bad command or file name ถึงทีคุณผิดมั่งแล้ว

Blue screen of death จ้องมองฟ้า คร่ำครวญไปใย หามีใครฟัง

Diskette full แฟ้มใหญ่เกิน เชิญไปไดเอ็ต ดิสค์เก็ตต์ไม่พอ(อ้วนนักหรือ????)

File not found แฟ้มที่หา สำคัญนัก มักสูญหาย

Installing…please wait กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จได้วันเดียว ไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนก็ยังทัน

Lost data อภิทุกขังทั้งสาม ภาษีตามย้อนหลัง มรณัง ข้อมูลหาย
ให้ทายสิว่าคราวนี้เจออะไร

Network error งานเลี้ยงต้องเลิกรา ถึงคราอยู่ลำพัง

Out of memory error อยากจะจดจำ ทุกดวงดาวบนฟากฟ้า แต่มิอาจสามารถ

Page (URL) not found ตรวจสอบให้ถ้วนถี่ หน้าที่อยากได้หนักหนา คีย์อีกคราก็หาบ่ได้

Paper jam กระดาษรีบนัก ไม่รู้จักเข้าคิว จับมาติวได้ไหมเอ่ย

Program error โปรแกรมเออเรอร์ ขอเธอกดปุ่มปิด อย่าคิดถามว่าทำไม

Search not found หลังการค้นหา สิ่งที่ปรากฎ คือการสูญหาย

Starting MS-DOS Mode คืนสู่สามัญ

Toner Low เต๋าที่เห็น ไม่เป็นเต๋าที่แท้ เว้นแต่แกเปลี่ยนโทนเนอร์

Username or password error อาจเป็นชื่อ หรือรหัส ที่ผิดไป ไม่อยากบอก

Windows error เมื่อวานทำ วันนี้ไม่ใช่แน่วินโดวส์
(ลืมเซฟไฟล์)
ไฟล์เมื่อกี๊ สำคัญไหม ถ้าหากใช่ ให้คีย์ใหม่เพื่อยืนยัน
(เครื่องแฮงค์)
สงบนิ่ง สยบทุกสิ่ง ที่เคลื่อนไหว

world wide web โครงข่ายโยงใยพิภพ

joy stick แท่งหรรษา

computer คณิตกรณ์

Blogged with the Flock Browser
Posted in MIS&iT | Tagged | Leave a comment