‘สึนามิ’ถล่ม’ญี่ปุ่น’พังพินาศ เตียมการในไทย

สึนามิถล่มญี่ปุ่น แผ่นดินไหวแรงสุดใน140ปี พังยับตายหลายร้อย-สูญหายอื้อ
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน12 มีนาคม 2554 01:21 น.http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031963

รอยเตอร์/บีบีซี/ซีเอ็นเอ็น – ญี่ปุ่นประสบหายนะแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี วัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 8.9 มีศูนย์กลางใกล้กับชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงถึง 10 เมตรซัดถล่มหลายจังหวัดบนเกาะฮอนชู  กวาดทุกสิ่งทุกอย่างจนวินาศสันตะโร มีรายงานผู้เสียชิวิตแล้วหลายร้อยราย คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ท่าอากาศยานและระบบรถไฟใต้ดินในโตเกียว-ไฮสปีดชินคันเซนทั่วประเทศ ระงับให้บริการ!!!
       
       เกิดธรณีพิบัติครั้งประวัติศาสตร์ขนาด 8.9 เขย่าญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ (11) ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงที่สุดเท่าที่สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ เคยวัดได้ โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดมิยางิทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชูในมหาสมุทรแปซิฟิกเพียง 130 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนจากธรณีพิโรธครั้งนี้ซึ่งรับรู้ไกลถึงกรุงโตเกียวยังก่อให้เกิดเกลียวคลื่นยักษ์สึนามิความสูงถึง 10 เมตร ซัดถล่มหลายจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ อันได้แก่ จังหวัดมิยางิ, ฟูกุชิมะ รวมทั้งตัวเมืองหลวงเองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ขณะที่ทางการญี่ปุ่นออกมาประกาศภาวะฉุกเฉินและเตือนให้จังหวัดชายฝั่งทางตอนเหนือคอยเฝ้าระวัง เนื่องจากหวั่นว่าอาจเกิดคลื่นสึนามิตามถล่มซ้ำอีก หลังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาเป็นระลอกๆ นับครั้งไม่ถ้วน
       
       โทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานว่า พบศพผู้เสียชีวิตจากพสุธากัมปนาทครั้งนี้แล้ว200 -300 รายในจังหวัดฟูกุชิมะ, มิยางิ, โทชิงิและกรุงโตเกียว นอกจากนี้ยังผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานด้วยว่าประชาชนราว 4.4 ล้านครัวเรือนทางตอนเหนือของประเทศไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ส่วนที่เมืองเซนได เมืองเอกของจังหวัดมิยางิ สื่อแดนอาทิตย์อุทัยรายงานว่า โรงแรมแห่งหนึ่งได้พังถล่มลงมา สร้างความหวั่นเกรงกันว่าจะมีประชาชนจำนวนมากถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้ซากปรักหักพังดังกล่าว ขณะที่ในกรุงโตเกียว ก็เกิดเหตุหลังคาของอาคารแห่งหนึ่งพังถล่มระหว่างพิธีสำเร็จการศึกษา ซึ่งมีนักศึกษาเข้าร่วมพิธีประมาณ 600 คน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทว่ายังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
       
       ภาพข่าวมุมสูงที่บันทึกได้จากเฮลิคอปเตอร์เผยให้เห็นคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มบ้านเรือนและอาคารสิ่งก่อสร้าง, พื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนสะพานและเสาไฟฟ้าจนล้มครืนระเนระนาด และกวาดเอาซากปรักหักพัง, รถยนต์, รถบรรทุก รวมถึงเรือจำนวนมากลอยเคว้งไปไกลสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้คลื่นสึนามิยังสร้างความเสียหายแก่โรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยที่กำแพงคลื่นได้ทำให้ท่อส่งน้ำมันแตกจนเกิดการระเบิดขึ้นและมีไฟลุกท่วมเสียหายอย่างหนัก
       
       ภาพข่าวสัญญาณสดของโทรทัศน์เอ็นเอชเคที่มีการแพร่ภาพไปทั่วโลก ยังเผยให้เห็นเปลวเพลิงและกลุ่มควันดำโขมงพวยพุ่งออกมาจากโรงงานหลายแห่งในเขตนิคมอุตสาหกรรมในย่านไอโซโกะ เมืองโยโกฮามา รวมถึงเห็นเขม่าควันลอยมาจากตึกอาคารในโอไดบะ ณ เขตชานเมืองของโตเกียวอีกด้วย
       
       ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่อาคารเครื่องกังหันหลังหนึ่งในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์โอนางาวะ ในจังหวัดมิยางิ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นไม่มีรายงานการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 แห่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่สุดจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวก็ถูกสั่งปิดทำงานชั่วคราว รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งด้วย
       
       เกียวโด ยังระบุเพิ่มเติมว่า มีเรือลำหนึ่งซึ่งทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 100 คน ถูกคลื่นพัดพาหายไป และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ทราบชะตากรรม
       
       ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งหลักนาริตะ ได้ระงับให้บริการชั่วคราวทั้งขาเข้าและขาออก อย่างไรก็ตามภายหลังตรวจสอบไม่พบความเสียหาย ทางท่าอากาศยานก็ได้เปิดให้บริการบางเที่ยวบินตั้งแต่เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (19.00 เวลาเมืองไทย) แต่กระนั้นรถไฟใต้ดินบางสายในกรุงโตเกียวยังคงปิดบริการจนถึงตอนนี้ เช่นเดียวกับรถไฟหัวกระสุนชินคันเซนก็หยุดให้บริการเกือบทั้งประเทศอย่างไม่มีกำหนดเพื่อความปลอดภัย
       
       “ผมกลัวมากและก็กำลังหวาดผวาอยู่” ฮิเดคัทสุ ฮาตะ วัย 36 ปี ผู้จัดการร้านก๋วยเตี๋ยวตำหรับจีน ในเขตอากาซากะ กรุงโตเกียว ให้สัมภาษณ์ “ผมยังไม่เคยประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต”
       
       ส่วนลินดา เซียง นักข่าวรอยเตอร์ที่ประจำอยู่ในญี่ปุ่นก็เล่าประสบการณ์ส่วนตัวของเธอจากกรุงโตเกียว ระบุว่า “มันเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยประสบมานับจากที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่นเมื่อกว่า 20 ปีก่อนเลยทีเดียว”
       
       “ตึกที่ทีมงานเราทำงานสั่นสะเทือนอยู่นาน ขณะที่ผู้คนในห้องข่าวก็รีบหยิบฉวยหมวกนิรภัยมาใส่ โดยที่มีบางคนรีบมุดลงใต้โต๊ะ” เธอรายงาน
       
       “ผู้คนเนืองแน่นบนท้องถนน นี่มันเหลือเชื่อ ทุกคนพยายามหาทางกลับบ้านแต่ไม่พบแท็กซีสักคันในกินซา ซึ่งเป็นบริเวณที่ปกติแล้วมีรถแท็กซีจอดรอลูกค้าอยู่เต็มไปหมด” โคจิ โกโตะ ชาวโตเกียววัย 43 ปี เล่าเหตุการณ์ โดยที่เขตอากาซากะ ในย่านดาวทาวน์ของเมืองหลวง บรรดาพนักงานบริษัทและห้างร้านจำนวนหลายร้อยชีวิตออกมายืนอยู่บนถนนฮิโตสึงิไม่กล้าเข้าไปในตัวอาคาร
       
       ด้านนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ธรณีพิโรธคราวนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักเป็นพื้นที่บริเวณกว้างทางตอนเหนือของญี่ปุ่น” โดยรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ไปช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่บนอาคาร รวมทั้งส่งเครื่องบินออกสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมดแล้ว
       
       ทั้งนี้ตามข้อมูลของสำนักอุตุนิยมวิทยาแดนอาทิตย์อุทัย แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ามีระดับความรุนแรงสูงที่สุดในรอบ 140 ปีของญี่ปุ่น แซงหน้าเหตุธรณีพิโรธที่อุบัติขึ้นในเกรต คันโตะ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1923 ซึ่งคราวนั้นวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.9 และคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 140,000 คน โดยก่อนหน้านี้ในปี 1995 ญี่ปุ่นเคยเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ ซึ่งสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ อันเป็นมูลค่าความเสียหายที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแดนอาทิตย์อุทัยเลยทีเดียว
       
       ด้านฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ต่างก็ออกประกาศเฝ้าระวังภัยสึนามิในประเทศของตนแล้ว ทั้งนี้สำนักอุตุนิยมวิทยาและธรณีวิทยาของหลายประเทศเตือนว่า คลื่นสึนามิจากแหล่งกำเนิดในญี่ปุ่นจะพัดถึงชายฝั่งของสามประเทศข้างต้นในช่วงเวลาที่ลดหลั่นกันลงมาเมื่อช่วงคืนวานนี้ (11) อย่างไรก็ตามไต้หวันแถลงว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากสึนามิคราวนี้ โดยที่คลื่นในทะเลมีระดับสูงกว่าช่วงเวลาปกติไม่มากนัก
       
       ขณะที่ศูนย์เตือนสึนามิแปซิฟิก (Pacific Tsunami Warning Center) ก็ได้แถลงเตือนไปยังทุกประเทศที่ตั้งอยู่รายล้อมเขตชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกตลอดแนวไปไกลจนถึงโคลอมเบียและเปรู ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับหายนะที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยที่องค์การกาชาดในนครเจนีวา ประกาศเตือนว่า ความสูงของสึนามิจากแผ่นดินไหวครั้งนี้สูงกว่าเกาะบางแห่งในมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย ส่วนสหรัฐฯ ก็ได้ดำเนินการอพยพผู้คนบนเกาะฮาวายกันจ้าละหวั่นเมื่อวานนี้
       
       สำหรับความพยายามของนานาชาติในการเสนอให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลญี่ปุ่น ประธานาธิบดีดมิตรี เมดเวเดฟของรัสเซีย แถลงว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือญี่ปุ่นเต็มที่ เช่นเดียวกับสหรัฐฯ, จีน และไทยก็ทยอยกันออกมาแสดงความเสียใจและเสนอให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน
       
       **ตลาดหุ้นเอเชียตกกราวรูด-น้ำมันก็ลดฮวบ-เงินเยนดีดขึ้น
       
       สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์ในแถบเอเชียวานนี้(11) พากันตกเป็นแถว ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบก็ไหลลงแรง ส่วนทางด้านเงินเยนสามารถดีดขึ้นมาได้จากที่ดำดิ่งในช่วงแรกๆ
       
       ในตอนปิดตลาดวานนี้ ดัชนีหุ้นนิกเกอิของตลาดโตเกียวลดลง 1.72% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของตลาดฮ่องกงถอยลงมา 1.55% ทางด้านดัชนีสำคัญของสิงคโปร์ก็ถอย 1.04% และของตลาดกัวลาลัมเปอร์หล่น 1.40%
       
       ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่ามหาภัยพิบัติคราวนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงขนาดไหน แต่เนื่องจากความรุนแรงของแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เกิดความหวาดผวากันไปทั่ว
       
       ยิ่งกว่านั้น ตลาดการเงินยังอยู่ในอาการขวัญผวาอยู่ก่อนแล้วจากปัจจัยลบหลายๆ ประการที่รุมเร้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นความไม่สงบในตะวันออกกลาง, ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินภาครัฐของพวกประเทศยูโรโซน, การที่สหรัฐฯประกาศตัวเลขขาดดุลการค้าหนักหน่วงกว่าที่คาดหมายกัน, ตลอดจนจีนก็แถลงว่าขาดดุลการค้าในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง
       
       ทางด้านตลาดหลักทรัพย์แถบยุโรปวานนี้ ในช่วงครึ่งวันแรกก็อยู่ในอาการเดียวกัน คือต่างพากันติดลบเป็นแถบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกกิจการประกันภัย
       
       สำหรับค่าเงินเยนนั้น ในช่วงต้นๆ หลังเกิดแผ่นดินไหว ได้อ่อนยวบลงมาจนอยู่ในระดับต่ำสุดแถวๆ 83.29 เยนต่อดอลลาร์ เนื่องจากพวกดีลเลอร์พากันกระโจนหนีออกจากความเสี่ยงที่มากับภัยพิบัติ แต่แล้วก็กลับกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีแรงซื้อของพวกที่ยังอยากเสี่ยง ตลอดจนมีการวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะดีขึ้นเพราะต้องมีการก่อสร้างฟื้นฟูบูรณะ จนทำให้ในช่วงเที่ยงๆ ของลอนดอน เงินเยนแข็งขึ้นมาที่ 82.22 เยนต่อดอลลาร์
       
       ในส่วนของน้ำมัน ความหวาดวิตกว่าภัยพิบัติคราวนี้จะส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจแดนอาทิตย์อุทัย ได้ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญชนิดนี้ทรุดต่ำ ทั้งนี้เมื่อเวลา 12.15 น.จีเอ็มที (ตรงกับ 19.15น.เวลาเมืองไทย) สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดเบรนต์ ของลอนดอน ราคาหล่นลงมา 2.3% อยู่ที่ 112.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ก็ถอยลง 2.7% อยู่ที่ 99.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
       
       **ผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
       
       ในเวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของภัยพิบัติคราวนี้ต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน แต่ที่เห็นได้เฉพาะหน้าคือ พวกโรงงานต่างๆ ทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งตั้งอยู่ในหลายๆ ส่วนของแดนอาทิตย์อุทัย ต้องปิดทำการลงชั่วคราว ในเมื่อแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามินอกจากสร้างความเสียหายให้แก่โรงงานบางแห่งโดยตรงแล้ว ยังทำให้การคมนาคมขนส่งต้องสะดุดติดขัด และการจ่ายกระแสไฟฟ้าก็ขัดข้อง
       
       บริเวณที่ประสบภัยพิบัติหนักหน่วงที่สุด คือ จังหวัดมิยางิ และพื้นที่ใกล้เคียงนั้น มีเขตอุตสาหกรรมที่สำคัญอยู่หลายแห่ง และมีโรงงานเคมีและโรงงานอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ตามข้อมูลของ แมคคอวรี รีเสิร์ช ระบุว่า มิยางิ มีส่วนในการสร้างจีดีพีของญี่ปุ่นราวๆ 1.7%
       
       สื่อญี่ปุ่นแจ้งว่า โซนี่ ยักษ์ใหญ่อิเล็กทรอนิกส์ ได้ประกาศปิดโรงงาน 6 แห่ง ขณะที่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โตโยต้า คอร์ป ได้ระงับการผลิตในโรงงานชิ้นส่วนแห่งหนึ่ง และโรงงานประกอบรถอีก 2 แห่ง เช่นเดียวกับ นิสสัน มอเตอร์ ซึ่งสั่งหยุดงานในโรงงาน 4 แห่ง
       
       อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งนั้นคาดหมายกันว่า พวกผู้นำของพรรครัฐบาลผสม และพรรคฝ่ายค้าน จะหันมาผลักดันให้รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านร่างงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อใช้จ่ายในงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ต่างๆ ส่วนทางด้านธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ก็แถลงว่าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้เป็นที่มั่นใจได้ว่าตลาดการเงินวังคงมีเสถียรภาพ.


‘นราฯ-ปัตตานี’ เฝ้าระวังสึนามิ ถึงเช้า-ไม่แรง!

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน12 มีนาคม 2554 01:22 น.http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031962

ศูนย์ข่าวภูมิภาค – ผู้ว่าฯนราธิวาส-ปัตตานี สั่งกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสึนามิจากญี่ปุ่นตลอด 24 ชม.พร้อมให้ส่งสัญญาณเตือนภัยและอพยพประชาชนทันที เผยได้รับแจ้งจากอุตุฯระวังผลกระทบสึนามิในไทยอาจจะเดินทางจากญี่ปุ่นมาถึงจุดแรกที่บริเวณนราธิวาส-ปัตตานีเวลา 05.00น.ในวันนี้ 12 มี.ค.แต่ความรุนแรงไม่มาก คลื่นจะสูงประมาณ 15-20 ซม. ประชาชน-นักธรุกิจด้านฝั่งอันดามันและอ่าวไทยไม่แตกตื่น
        
       นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 8.9 ริกเตอร์ที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น และตามด้วยสึนามิ ทำให้หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปัตตานี และนราธิวาส จะได้รับผลกระทบจากเหตุสึนามิตามไปด้วย
       
       ล่าสุดตนได้ตั้งทีมเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจขึ้นเพื่อติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่งโมง พร้อมกันนี้ได้เร่งประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับประเทศทั้งจากกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อสอบถามสถานการณ์ ตลอดจนการติดตามรายละเอียดและทิศทางของการเกิดสึนามิที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ และจะส่งผลกระทบมากน้อยขนาดไหนเพื่อเตรียมความพร้อมสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากเกิดสึนามิขึ้นจริงในพื้นที่ประเทศไทยก็อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมงกว่าจะถึงไทย ซึ่งในช่วงนี้ในระดับพื้นที่ยังมีเวลาในการเตรียมตัวและเตรียมการอพยพได้ทัน แต่ทั้งหมดต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อแจ้งประสานงานที่เป็นรูปธรรม โดยเบื้องต้นในระดับพื้นที่ได้มีการเตรียมการหารือแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้ในระดับเบื้องต้นแล้ว
       
       “จนถึงขณะนี้เรายังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดว่าผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนี้จะกระทบมาถึงประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งต้องรอการยืนยันอีกครั้ง โดยในช่วงนี้เพื่อความไม่ประมาทได้มีการเตรียมการหารือแผนการดำเนินการเอาไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งเตือนการอพยพอย่างเป็นทางการ๐
       
       **ผู้ว่าฯปัตตานีเชื่อไม่กระทบอ่าวไทย 
       
       นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น จนทำให้เกิดคลื่นสึนามิพัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งหลายนั้น ในส่วนของประเทศไทยเท่าที่ติดตามและตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์กรณีที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบคลื่นสึนามิด้วยหรือไม่นั้น
       
       นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้รับการแจ้งประสานจากอุตุฯว่า ผลกระทบสึนามิในประเทศไทยอาจจะเดินทางมาถึงจุดแรกที่บริเวณนราธิวาส และปัตตานีเวลาประมาณ 05.00 น.ในวันที่ 12 มี.ค.แต่ความรุนแรงไม่น่าเป็นห่วงเพราะเชื่อว่าคลื่นจะสูงประมาณ15-20 ซม.เท่านั้น
       
       “เนื่องจากความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นทำให้ทุกฝ่ายเป็นห่วงผลกระทบที่จะมาถึงประเทศไทย แต่เท่าที่ตรวจสอบไม่น่าจะมีปัญหาเนื่องจากระยะทางจากจุดแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากไทยค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันก็มีเกาะและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งฟิลิปปินส์ เวียดนาม ขวางและกั้นไว้ก่อนที่คลื่นจะมาถึงฝั่งอ่าวไทยทำให้เชื่อว้าไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบแต่อย่างใด”
       
       **คนอันดามันไม่วิตก-ตามข่าวตลอด 
       
       สำหรับบรรยากาศบริเวณชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2547 นักท่องเที่ยวต่างยังใช้ชีวิตและทำกิจกรรมตามปกติ โดยนายสมชาย จำปาพันธ์ และนายดิเรก ลินติดต่อ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยประสบเหตุการณ์สึนามิถล่มที่หาดป่าตอง กล่าวตรงกันว่า จนถึงขณะนี้ยังรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้น หลังจากทราบข่าวเรื่องสึนามิถล่มที่ญี่ปุ่น ก็รู้สึกกลัว แต่ก็ไม่ตื่นตระหนกและเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของข่าวสารในประเทศและต่างประเทศ ร่วมทั้งเฝ้าติดตามระดับน้ำในทะเลตลอดเวลา แม้ว่าเหตุการณ์สึนามิถล่มในครั้งนี้จะอยู่ห่างจากประเทศไทยก็ตาม
       
       นายกฤษฎา ตันสกุล ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่หาดป่าตอง กล่าวว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวไม่ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้ เพราะหลายคนเข้าใจว่าเป็นคนละพื้นที่ รวมทั้งยังมีความมั่นใจในระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีอยู่
       
       ส่วนนายไมตรี จงไกรจักร ผู้ประสานงานชุมชนบ้านน้ำเค็ม จ.พังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยประสบภัยสึนามิโดยตรง กล่าวว่า ชาวบ้านไม่กังวลหรือตื่นตกใจกับเหตุการณ์สึนามิถล่มในประเทศญี่ปุ่น เพราะรู้ว่าสึนามิที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ไกลจากบ้านน้ำเค็มมาก ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามปกติไม่มีการอพยพออกจากพื้นที่แต่อย่างใด
       
       **ผู้ประกอบการเรือมั่นใจระบบเตือนภัย
       
       ทางด้านชาวบ้านในพื้นที่ จ.ระนอง จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ที่เคยประสบเหตุการณ์สึนามิชาวบ้านยังใช้ชีวิตตามปกติ และไม่ตื่นกลัวกับเหตุการณ์สึนามิถล่มที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้
       
       เช่นเดียวกับผู้ประกอบการเรือหางยาวนำเที่ยวบริเวณอ่าวนาง จ.กระบี่ ส่วนใหญ่ทราบข่าวแล้ว แต่ทุกคนก็ไม่ได้ตื่นตระหนกยังคงมีการนำท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวตามสถานที่เกาะแก่งต่างๆ เพราะทุกคนเชื่อมั่นในระบบเตือนภัย และต่างก็เคยประสบมาแล้ว ส่วนแหล่งท่องเที่ยวตามชายหาดอ่าวนาง ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินเที่ยวตามชายหาดโดยไม่มีความรู้สึกตระหนกหรือตกใจว่าจะเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิขึ้นอีกใน จ.กระบี่
       
       **สุราษฎร์ฯไม่วิตกเหตุสึนามิถล่มญี่ปุ่น
       
       นายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในส่วนของสุราษฎร์ธานี คิดว่าโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากทะเลฝั่งอ่าวไทยเป็นทะเลลาดเอียงไม่ลึกชัน ประกอบกับทะเลสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองร้อยเกาะ ซึ่งมีเกาะแก่งอยู่จำนวนมาก จึงเป็นเกาะกำบังคลื่นลมเป็นอย่างดี แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะไม่มีความรุนแรง ไม่เหมือนกับทะเลฝั่งอันดามันที่มีความลึกและลาดชัน เมื่อเกิดสึนามิขึ้นจึงมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับสิ่งที่อยู่ริมชายฝั่ง
       
       **นักธุรกิจพัทยาไม่หวั่นแต่ไม่ประมาท
       
       ทางด้านกลุ่มนักธุรกิจในเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ส่วนใหญ่ไม่มีความหวาดวิตกต่อเรื่องดังกล่าว โดยนายจำรูญ วิศวชัยพันธ์ นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยามีโอกาสจะเจอสึนามิแบบประเทศญี่ปุ่นน้อยมาก เพราะเกาะแก่งมีอยู่มากมาย จึงไม่ค่อยมีความวิตกสักเท่าไร
       
       นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล กรรมการผู้จัดการในเครือไมค์กรุ๊ป พัทยา กล่าวว่า ตามพื้นที่ภูมิศาสตร์อ่าวไทยไม่ได้อยู่ในแนวเลื่อนของแผ่นดินไหวดังกล่าว พัทยาก็ไม่น่าจะมีผลกระทบ ส่วนใหญ่ภูมิภาคที่เกิดจะเป็นฝั่งอันดามัน อ่าวไทยนั้นมีผืนดินใหญ่ขนาบข้างและมีหมู่เกาะมากมาย ถ้าเรียนรู้ข้อมูลภูมิศาสตร์ก็จะไม่วิตกกังวล และอ่าวไทยก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก
       

       นายสาธิต ทับขัน นักธุรกิจเจ้าของกิจการห้องเช่าและอพาร์ทเม้นต์ขนาดกลางรายหนึ่งย่านพัทยาใต้ กล่าวว่า ตามที่ดูภาพข่าวแล้วเป็นภาพที่น่าหวดกลัวหากเกิดขึ้นในพัทยา เพราะจะสร้างความเสียเป็นอย่างมากในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งหลายฝ่ายอาจไม่มีความวิตกกังวลเพราะพัทยาอยู่ในเขตอ่าวไทย แต่ขอเตือนว่าอย่าประมาทกับภัยธรรมชาติ เพราะสามารถเกิดขึ้นที่ใดและเมื่อใดก็ได้ เมื่อถึงเวลาที่ธรรมชาติจะเอาคืนมนุษย์ ต่อให้อยู่ที่ใดก็ไม่จะควรประมาททั้งสิ้น.

เร่งอพยพคนไทยในมิยากิ “สมิทธ”ให้จับตาเวียดนาม
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน12 มีนาคม 2554 01:25 น.http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031960

ASTVผู้ จัดการรายวัน – ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือสึนามิในญี่ปุ่นพร้อมอพยพ 300 คนไทยในมิยากิ จากจำนวนแรงงานไทยในญี่ปุ่นเกือบ 2 หมื่นคน ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิภาคพื้นแปซิฟิกออกโรงเตือน 20 ประเทศ อาเซียนประชุมฉุกเฉินเตรียมช่วยเหลือ “สมิทธ” เตือนถ้าเข้าเวียดนามให้เร่งอพยพ เผยคนบันเทิงเมืองไทยระทึกระหว่างทัวร์โอซาก้า
        
       เย็นวานนี้ (11 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว 8.9 ริคเตอร์ และเกิดคลื่นสึนามิถล่มในประเทศญี่ปุ่น ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานได้มีการประสานงานและจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานและสามารถจะติดต่อกับหน่วยงานของเราที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ฉะนั้น รายละเอียดจะมีการแจ้งเบอร์โทรศัพท์สำหรับสอบถามการติดต่อ เพื่อให้ประชาชนคนไทย ญาติพี่น้อง ที่อาจะมีบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามและถ้ามีความจำ เป็นในการประสานขอความช่วยเหลือในเรื่องใด ได้มีการดำเนินอยู่ในขณะนี้ ทั้งในสองกระทรวงที่เกี่ยวข้องและจะได้มีการรายงานให้ทราบ รายละเอียดความคืบหน้าถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม
       
       นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ประการที่สอง ในส่วนของประเทศญี่ปุ่น ตนเองเชื่อว่าคนไทยคงจำได้ตอนที่ประเทศไทยประสบกับภัยสึนามิ ประเทศญี่ปุ่นได้มีการให้ความช่วยเหลือ แสดงน้ำใจ ฉะนั้น เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น เรื่องของการช่วยเหลือใสรูปแบบใด ก็จะดูตามความต้องการ ความเหมาะสม ทางฝ่ายไทยก็พร้อม และคิดว่าวันจันทร์ที่ 14 มี.ค จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คงจะสามารถรวบรวมว่ามีอะไรบ้างที่เราคิดว่าสามารถช่วยเหลือให้การสนับสนุน ทางประเทศญี่ปุ่นได้
       
       **อพยพ 300 คนไทยในมิยากิ
       
       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ได้อพยพคนไทย และผู้ที่ทำงานในสถานทูตญี่ปุ่น ออกมาจากที่ตั้งก่อน เพื่อความปลอดภัย จากนั้นจะทำการประสานงานกลับเข้าไปอีกครั้ง จากข้อมูลเบื้องต้น มีคนไทยในประเทศญี่ปุ่นราว 50,000 คน ส่วนในจังหวัดสุ่มเสี่ยงที่มิยางิ มีคนไทยราว 300 คน ยังไม่มี
รายงานบาด เจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้การประสานงานให้ความช่วยเหลืออาจเป็นไปด้วยความล่าช้า เพราะระบบการสื่อสารถูกจตัดขาดหมดแล้ว และเพื่อความปลอดภัยของแจ้งเตือนคนไทยที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น ขอให้ชะลอการเดินทางออกไปก่อน
       
       **มีแรงงานไทยในญี่ปุ่น 2 หมื่นคน 
       
       นายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยถึงกรณีการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศว่า จากการตรวจสอบกับสำนักบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศพบ ขณะนี้มีแรงงานไทย เดินทางไปทำงานและฝึกงานแบบมีรายได้ที่ประเทศญี่ปุ่น กระจายอยู่ในหลายเมือง รวมกว่า 19,700คน จากจำนวนคนไทยทั้งหมดกว่า 42,200คน แบ่งเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย 13,700 คน แบ่งเป็นแรงงานวิชาชีพ และฝีมือ กว่า 2,400 คน กึ่งฝีมือฝึกงาน 4,300 คน และแรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตให้มีวีซ่าในการทำงาน กว่า 7,000 คน และแรงงานผิดกฎหมายกว่า 6,000 คน
       
       **2 นักเรียนไทยติดอยู่ในเมืองมิยากิ
        
       
       นายสุเมธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เพิ่งได้รับข้อมูลจาก IMM ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งนักเรียนไทยไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด 1,085 ราย แต่ในจำนวนนี้มี 2 รายที่ถูกส่งไปอยู่ในจังหวัดมิยากิอันเป็นจุดเกิดเหตุ แต่ยอมรับว่าขณะนี้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างลำบากมาก
       
       นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีคำสั่งด่วนให้ตั้งคณะทำงานเตรียมการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติ ภัยสงคราม หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั่วโลก โดยให้ นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน เพื่อคอยติดตามการช่วยเหลือแรงงานในต่างประเทศให้ทันท่วงที ส่วนญาติที่ต้องการติดต่อสอบถาม สามารถโทรได้ที่สายด่วน 1694 ตลอด 24 ชั่วโมง
       
       **การสื่อสารติดขัดโทรศัพท์ล่ม
       
       เมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) ยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทยได้ เพราะระบบโทรศัพท์ที่ประเทศญี่ปุ่นล่มชั่วคราว และได้มีการอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสถานทูตไทยในกรุงโตเกียวแล้ว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งด่วน ให้ตั้งคณะทำงานเตรียมการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ภัยสงคราม หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆทั่วโลก โดยให้นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และ เพื่อคอยติดตามช่วยเหลือแรงงานในประเทศต่างๆให้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ญาติแรงงานไทยในญี่ปุ่น โทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1694 ตลอด 24 ชม.
       
       **ศูนย์เตือนภัยฯ เตือน20ประเทศ
       
       นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยสึนามิภาคพื้นแปซิฟิก ได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิใน 20 ประเทศ โดยประเทศไทยไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มดังล่าว แต่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ประสานกับทางการเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเกิดคลื่นสึนามิจะต้องผ่านประเทศเวียดนามก่อนที่จะมาถึงประเทศไทย โดย 3 จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ คือ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลา
       
       นายสุวิทย์ ยังกล่าวเตือนไปยังประชาชนว่า ไม่ควรตื่นตระหนก พร้อมทั้งสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประสานงานกับกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เพื่อประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเตรียมการอพยพประชาชนใน กรณีที่เกิดเหตุการณ์สึนามิในประเทศไทย คาดว่าหากเกิดสึนามีที่ประเทศเวียดนาม ประเทศไทยจะมีเวลา 6 ชั่วโมงในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หรือประมาณ 2.00 น.(ในเวลาไทย)ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ที่ศูนย์ ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยโทรศัพท์ 02-621-9703-5
       
       **มอบเงินช่วยเหลือญี่ปุ่น 5 ล้าน
       
       นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้พิจารณาให้เงินช่วยเหลือเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น จำนวน 5 ล้านบาท และกำลังจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในส่วนของสิ่งของและอุปกรณ์ยัง ชีพ โดยจะประสานหารือกับสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่าจะจัดส่งความช่วยเหลือ ดังกล่าวไปทางใด
       
       นายธานี กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระทรวงต่างประเทศยังไม่ได้ออกประกาศเตือนเรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง หลังเกิดแผ่นไหว 8.9 ริกเตอร์
       
       **อาเซียนประชุมฉุกเฉินเตรียมช่วย
       
       นาย สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า อาเซียนจะมีการประชุมเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่นหลังเกิดแผ่นดิน ไหว และสึนามิ โดยเฉพาะการเตรียมกำลังความพร้อมเข้าช่วยเหลือในด้านการกู้ภัย ขณะนี้เป็นหน้าที่ ๆ ทุกประเทศจะต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากที่ผ่านมาญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทุกประเทศที่ เกิดปัญหา ทั้งน้ำท่วมในสหรัฐ และแผ่นดินไหวในนิวซีแลนด์ ขณะที่ไทยก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นในช่วงปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยประสบปัญหา
       
       “ญี่ปุ่นไม่เคยรีรอที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือประเทศในอาเซียน รวมทั้งทั่วโลก ผมจะรีบกลับไปประสานท่าทีของอาเซียน” นายสุรินทร์ กล่าว
       
       **สมิทธเตือนถ้าเข้าเวียดนามให้อพยพ
       
       นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ในประเทศไทยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ทางภาคใต้ตอนล่างได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี โดยไทยต้องเฝ้าระวังสถานการณ์หากพบว่า มีความสั่นสะเทือนมายังพื้นที่ทะเลจีนใต้ผ่านเข้ามาฟิลิปปินส์ ก็ต้องเร่งประกาศเตือนภัย แต่ถ้าหากเข้ามาถึงประเทศเวียดนาม ไทยควรที่จะอพยพประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงขึ้นมาที่สูงอยู่แล้ว โดยพยายามติดตามข่าวสารผ่านสื่อกระแสหลักเพื่อดูสถานการณ์โดยรวม
       
       นายบุรินทร์ เวชบันเทิง ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังและติดตามแผ่นดินไหวและสึนามิ เปิดเผยว่า อาจจะกระทบถึงประเทศไทยบริเวณจังหวัดนราธิวาส ในเวลาไม่เกิน 16 ชั่วโมงนี้ หรือในช่วงเช้ามืดของวันที่ 12 มี.ค. ล่าสุดเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองซามา ประเทศฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4
       
       นายภูเวียง ประคำมินทร์ โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ได้เฝ้าระวังปัตตานีกับนราธิวาส ซึ่งหากสึนามิจะมาถึงไทยในช่วงเช้ามืดวันที่ 12 มี.ค. แต่มีคลื่นสูงเล็กน้อยเพียง 20 เซนติเมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กรมอุตุฯ ได้ตั้งเครื่องเตือนภัยไว้ที่ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไต้หวัน จะสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ 4-5 ชั่วโมง
       
       ***สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดฝั่งอ่าวไทยเฝ้าระวัง 
       
       นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้มีการสั่งการไปยังอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ที่อยู่ริมทะเลชายฝั่งอ่าวไทย ให้คอยติดตามสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมและเตรียมการตามลำดับขั้นตอนของการป้องกันและแก้ไข ปัญหา
       
       แต่ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ที่สำคัญที่สุดก็คือ ให้คอยติดตามข่าวจากศูนย์ติดตามการเกิดแผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชาวเรือ ซึ่งตนได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการสั่งการไปแล้วด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เสรี ศุภธาทิพย์ ผอ.ศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ผลกระทบจากสึนามิ ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะจุดศูนย์กลางของเหตุการณ์แผ่นดินไหว ห่างจากประเทศไทยถึง 6,000 กิโลเมตร ทางญี่ปุ่นทราบดีว่า จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ไม่คาดคิดว่าเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ จะมีความรุนแรงมากขนาดนี้ เพราะศูนย์เตือนภัยแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เป็นศูนย์เตือนภัยที่ดีที่สุดในโลก และการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ รุนแรง และเกิดเร็วกว่าที่คาดการณ์ 20 ปี
       
       ***ดาราดังทัวร์โอซาก้าระทึก
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฉันทวิชช์ ธนะเสวี หรือ “เต๋อ” นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์ กวนมึนโฮ ได้โพสต์ข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์? @terchantwis ระบุว่า “ตอนนี้ผมอยู่โอซาก้า แล้วจู่ๆก็มีแผ่นดินไหว รู้สึกว่าพื้นมันสั่นๆ … เรื่องยังงี้มันปกติรึเปล่าเนี่ย?? โดยหลังจากนั้น ก็หายเงียบไป โดย ทวิตก่อนหน้านั้น เขาบอกว่ารู้สึกได้ถึงแผ่นดินไหว
       
       นอกจากนี้ยังมี ราจิต แสงชูโต อดีตสามีของนักแสดงสาว สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ก็ได้ไปถ่ายทำโฆษณาชิ้นหนึ่งอยู่ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน โดยอยู่ที่ชั้น 13 ในอาคารแห่งหนึ่งขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนและระบุว่ากำลังหาทางกลับประเทศไทย แต่ยังกลับไม่ได้เนื่องจากสนามบินปิดทำการ.

ผู้ว่าฯปัตตานี สั่งเฝ้าระวังสึนามิ 24 ชม.- ชาวบ้านติดทะเล 6 อำเภอเตรียมหนีหากแจ้งเตือน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์11 มีนาคม 2554 19:09 น.http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031905



ปัตตานี – ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ติดทะเล ใน 6 อำเภอของปัตตานี เตรียมพร้อมหนีภัยสึนามิ ภายหลังเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวจนเกิดสึนามิขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น บางรายเตรียมย้ายไปอยู่กับญาติในตัวเมือง ผู้ว่าฯสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามอย่างใกล้ชิด 24 ชม.
       
       ภายหลังเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว จนเกิดสึนามิขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น และก็ทำให้หลายประเทศต้องประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังภัย รวมไปถึงประเทศไทย โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย ที่มี จ.นราธิวาส ปัตตานี สงขลา ที่จะเกิดผลกระทบจากภัยสึนามิครั้งนี้
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดภัยสึนามิ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาปัตตานี ได้แจ้งเตือนทางวิทยุสื่อสาร รวมไปถึงสถานีวิทยุชุมชน ให้ประกาศแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดฝั่งชายทะเลอ่าวไทย และชาวประมงที่ออกหาปลาอยู่กลางทะเลใน อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น อ.ปะนาเระ อ.ยะหริ่ง อ.เมือง และ อ.หนองจิก ให้เฝ้าระวังคลื่นสูงจากสึนามิที่อาจจะเข้าฝั่งในช่วงเวลา 04.00-05.00 น.ของวันที่ 12 มี.ค.นี้
       
       ขณะที่บรรยากาศการตื่นตัวของประชาชนที่หวั่นเกิดอันตรายจากผลกระทบจากภัยสึนามินั้น ปรากฏว่า ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดชายทะเลต่างตื่นตระหนก และเกรงว่า จะเกิดอันตราย ซึ่งประชาชนต่างเฝ้าดูความผิดปกติของน้ำทะเลตลอดเวลา หลังจากเกิดภัยสึนามิ บางรายถึงขั้นเตรียมอพยพครอบครัวเข้าไปอยู่ในตัวเมืองของแต่ละอำเภอ เนื่องจากอยู่ห่างจากฝั่งทะเลหลายกิโลเมตร
       
       
ด้าน นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้สั่งการด่วนให้อำเภอที่อยู่ติดทะเลให้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือหากเกิดภัยอันตรายจากสึนามิ และให้เฝ้าระวังความผิดปกติทางทะเลตลอด 24 ชั่วโมง หากมีการแจ้งเตือนจากส่วนกลางว่าจะมีอันตรายก็ให้รีบประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยด่วนที่สุด ก่อนที่จะเกิดอันตราย ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้น

“สมิทธ” เตือนไทยเฝ้าระวังสึนามิจากญี่ปุ่น เข้าฟิลิปปินส์เร่งประกาศเตือนภัย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์11 มีนาคม 2554 17:47 น.http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000031873


เตือนไทยเฝ้าระวัง “นราธิวาส-ปัตตานี” ระวังกระทบจากเหตุสึนามิของญี่ปุ่น หากเข้าฟิลิปปินส์ ให้เร่งประกาศเตือนภัย แต่ถ้าผ่านสู่เวียดนาม ให้เร่งย้ายประชากร 
   
       นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ในประเทศไทยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ทางภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี โดยไทยต้องเฝ้าระวังสถานการณ์หากพบว่ามีความสั่นสะเทือนมายังพื้นที่ทะเลจีนใต้ ผ่านเข้ามาฟิลิปปินส์ ก็ต้องเร่งประกาศเตือนภัย แต่ถ้าหากเข้ามาถึงประเทศเวียดนาม ไทยควรที่จะอพยพประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงขึ้นมาที่สูงอยู่แล้ว โดยพยายามติดตามข่าวสารผ่านสื่อกระแสหลักเพื่อดูสถานการณ์โดยรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


10 อันดับแผ่นดินไหวสะเทือนโลก
ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์-สึนามิสูง 10 เมตร ซัดเมืองชายฝั่ง
ชาวบ้านฉงน!! ปลาหลายล้านตัวเกยตื้นหมู่ปริศนาในแคลิฟอร์เนีย



Blogged with the Flock Browser
This entry was posted in Pher and tagged . Bookmark the permalink.

One Response to ‘สึนามิ’ถล่ม’ญี่ปุ่น’พังพินาศ เตียมการในไทย

  1. thaloung1 says:

    คิดว่าไทยปลอดภัยครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s