เตาปฏิกรณ์

โลกแซ่ซ้องญี่ปุ่น “มีสติ-เตรียมพร้อม” แม้บ้านเมืองย่อยยับ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 18:37 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033156

ผู้รอดชีวิต 2 รายเข้าสวมกอดกันด้วยความดีใจหลังได้พบหน้า ที่เมืองโอฟุนาโตะ จังหวัดอิวาเตะ วานนี้(14)

       เอเอฟพี – แม้จะเผชิญทั้งแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ชาวญี่ปุ่นก็แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและพร้อมรับสถานการณ์อย่างดีเยี่ยม จนนานาชาติต่างชื่นชม
       
       สถานีโทรทัศน์ทั่วโลกเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะคลื่นยักษ์ซัดถล่มบ้านเรือนในญี่ปุ่นและหอบเอารถยนต์นับสิบคันลอยไปตามน้ำราวกับของเล่นเด็ก ประชาชนผู้รอดชีวิตต่างยืนตะลึงกับความย่อยยับที่เห็นอยู่ตรงหน้า
       
       แต่ภาพที่ปรากฏยังสื่อให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่ง นั่นคือภาพชาวญี่ปุ่นที่ออกตามหาบุคคลอันเป็นที่รัก หรือรอคอยสิ่งของบรรเทาทุกข์ด้วยอาการสงบ ไม่มีการปล้นชิงหรือความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น แม้จะต้องเข้าแถวรอซื้อสินค้าที่ขายกันจนเกือบเกลี้ยงร้านก็ตาม
       
       สื่อสังคมออนไลน์ต่างนิยามคนญี่ปุ่นว่าเป็นมนุษย์ที่ “ปลงตก” พร้อมตั้งคำถามว่า หากภัยพิบัติเช่นเดียวกันนี้เกิดขึ้นในโลกตะวันตกบ้างจะเป็นอย่างไร
       
       โจเซฟ เนย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ให้ความเห็นว่า ภัยธรรมชาติครั้งนี้อาจช่วยส่งเสริม “พลังอันนุ่มนวล” ของญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงการสร้างความสำเร็จโดยเผยบุคลิกอันน่าดึงดูดออกมา
       
       “แม้โศกนาฏกรรมครั้งนี้จะหนักหนาสาหัส แต่ก็ทำให้เราได้เห็นคุณสมบัติที่น่าดึงดูดของชาวญี่ปุ่น และนั่นอาจจะช่วยส่งเสริมพลังอันนุ่มนวลของพวกเขา” เนย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านอีเมล
       
       “นอกจากจะทำให้โลกรู้สึกเห็นใจแล้ว พวกเขายังแสดงให้เห็นว่าเป็นสังคมที่มั่นคง มีระเบียบเรียบร้อย และพร้อมรับมือกับภัยพิบัติรุนแรงอย่างที่ชาติพัฒนาแล้วควรจะเป็น”
       
       ที่ผ่านมา การมอบเงินช่วยเหลือแก่ต่างชาติถือเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของญี่ปุ่น แต่หลังจากนี้คาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจพิจารณาลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลง เนื่องจากต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อฟื้นฟูประเทศ

บริษัทผลิตอาหารแห่งหนึ่งเตรียมข้าวปั้นใส่กล่องเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในเมืองอากิตะ วันนี้(15)

       ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้จะช่วยให้ญี่ปุ่นเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หลังจากเผชิญภาวะเศรษฐกิจซบเซา, อัตราความชราสูง และการเปลี่ยนรัฐบาลเป็นว่าเล่นมานานหลายปี
       
       “ปัญหาอยู่ที่ญี่ปุ่นจะสามารถรับมือกับสิ่งที่จำเป็น, ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ และฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นได้หรือไม่” นิโคลาส เซเชนยี รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศ (ซีเอสไอเอส) เผย
       
       “อาจยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ใดๆ แต่เท่าที่ดูขณะนี้ผมคิดว่าคนญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นความยืดหยุ่นในเวลาวิกฤต ซึ่งบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับอนาคตของประเทศนี้ในอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์ข้างหน้า”
       
       อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะก็ทำให้ญี่ปุ่นต้องกลับมาพิจารณาถึงความปลอดภัยของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์
       
       กลุ่มผู้คัดค้านพลังงานนิวเคลียร์ใช้สถานการณ์ในญี่ปุ่นเป็นเหตุผลเพื่อยับยั้งการพัฒนาพลังงานประเภทนี้ ขณะที่ผู้สนับสนุนในสหรัฐฯก็เรียกร้องให้ทบทวนเรื่องความปลอดภัยกันใหม่
       
       อย่างไรก็ตาม จอน คีล วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันของสหรัฐฯ กลับแสดงความชื่นชมต่อการเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น
       
       “สุดท้ายชาวญี่ปุ่นอาจจะหลีกเลี่ยงหายนะครั้งนี้ไปได้อย่างสวยงามก็เป็นได้” คีล ให้สัมภาษณ์
       
       หากไม่นับรวมปัญหานิวเคลียร์แล้ว สื่อมวลชนต่างสรรเสริญวิธีการตอบสนองภัยพิบัติของญี่ปุ่นทั้งสิ้น
       
       หนังสือพิมพ์เนชันแนลโพสต์ ของแคนาดา ระบุว่า วิสัยทัศน์ที่ยาวไกลของญี่ปุ่น “ช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้นับแสน”
       
       “ประชาชนไม่ต้องเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะถูกอาคารบ้านเช่าที่ง่อนแง่นถล่มลงมาทับ ซึ่งต่างกับที่เคยเกิดในเฮติ (2010) ปากีสถาน (2005) และเสฉวน (2008)”
       
       บทบรรณาธิการของวารสารวอลล์สตรีท บรรยายไว้ว่า “หลังเกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงที่สุดในรอบ 300 ปี คนญี่ปุ่นยังคงมีสติท่ามกลางความสับสน สามารถระดมความช่วยเหลือถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างมหาศาล และได้รับเสียงชื่นชมจากนานาประเทศ”

ทหารญี่ปุ่นขนน้ำและเครื่องดื่มลงจากเรือบรรทุกเครื่องบิน โรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน วานนี้(14)


“ไอเออีเอ” เผยโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นปลดปล่อย “กัมมันตรังสี” สู่ชั้นบรรยากาศโดยตรงแล้ว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 15:37 น.

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033386

ภาพการระเบิดของอาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 วานนี้(14) ล่าสุดทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ(ไอเออีเอ)เตือนว่า โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะมีการแผ่กัมมันตรังสีออกสู่ชั้นบรรยากาศโดยตรงแล้ว

       เอเจนซี – ญี่ปุ่นแจ้งแก่ทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ว่า เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว กำลังเกิดการเผาไหม้ภายในเครื่องปฏิกรณ์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ส่งผลให้สารกัมมันตรังสีแพร่ออกสู่ชั้นบรรยากาศโดยตรง ไอเออีเอ เผยวันนี้ (15)
      
 ไอเออีเอ แถลงรายงานจากทางการญี่ปุ่น ว่า โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะแผ่กัมมันตภาพรังสีออกสู่ชั้นบรรยากาศราว ณ จุดเกิดเหตุด้วยอัตรา 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง
       
       ไอเออีเอ ไม่ได้ให้รายละเอียด หรือแสดงการเปรียบเทียบระดับรังสี แต่ข้อมูลจากสมาคมนิวเคลียร์โลก ระบุว่า การได้รับกัมมันตรังสีเกิน 100 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้
       
       “ทางการญี่ปุ่น แจ้งว่า การเผาไหม้ดังกล่าวอาจเกิดจากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน” ไอเออีเอ แถลง
       
       รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศวันนี้ (15) ว่า ระดับกัมมันตรังสีรอบโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะเพิ่มสูงขึ้นหลังการระเบิดภายในอาคารเตาปฏิกรณ์ 2 แห่ง ส่วนสถานทูตฝรั่งเศสในกรุงโตเกียว ก็เตือนว่า กระแสลมอาจพัดพาเอาสารกัมมันตรังสีระดับต่ำลอยไปถึงเมืองหลวงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
       
       ไอเออีเอ ได้รับแจ้งว่า “แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วภายในบ่อเก็บของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ หมายเลข 4 โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ กำลังลุกไหม้ ทำให้กัมมันตรังสีถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ”
       
       “อัตราการปลดปล่อย ณ จุดเกิดเหตุอยู่ที่ประมาณ 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งทางการญี่ปุ่นคาดว่า การเผาไหม้อาจเกิดจากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน”
       
       นักวิจัยระบุว่า ร่างกายมนุษย์จะได้รับสารกัมมันตรังสีประมาณ 12 มิลลิซีเวิร์ต ต่อการทำซีทีสแกนหัวใจ 1 ครั้ง

โตเกียวตรวจพบ “กัมมันตรังสี” สูงกว่าปกติแต่ไม่อันตราย ผู้คนบางส่วนแตกตื่นหนีออกนอกเมือง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 13:26 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033318

ประชาชนกักตุนอาหารและน้ำดื่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต

       เอเอฟพี/เอเจนซี – เจ้าหน้าที่รัฐบาลกรุงโตเกียว เผย ตรวจพบกัมมันตรังสีที่สูงกว่าระดับปกติในเมืองหลวงของญี่ปุ่น เช้านี้ (15) แต่ยืนยันว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ขณะที่ชาวกรุงพากันแตกตื่น บางรายอพยพหนีออกนอกเมือง บ้างก็กักตุนเสบียงอาหารเตรียมพร้อมไว้แล้ว
       
       ซาอิริ โคกะ เจ้าหน้าที่รัฐบาลนครหลวงโตเกียว กล่าวว่า “เราเฝ้าสังเกตระดับกัมมันตรังสีที่สูงกว่าปกติในกรุงโตเกียวเช้านี้ แต่เราไม่คิดว่านั่นจะอยู่ในระดับที่ร่างกายมนุษย์จะได้รับผลกระทบ”
       
       รัฐบาลกลางของญี่ปุ่นเตือนว่า ระดับกัมมันตรังสีบริเวณใกล้กับโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 250 กิโลเมตร เป็นอันตรายต่อมนุษย์แล้ว หลังเกิดเหตุระเบิด และไฟไหม้อาคารเตาปฏิกรณ์ ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มาก่อนหน้านี้
       
       เจ้าหน้าที่นครบาลอีกราย ระบุว่า สามารถวัดปริมาณรังสีในเมืองหลวงของญี่ปุ่นได้ 0.809 ไมโครซีเวิร์ต ระหว่างเวลาประมาณ 10.00-11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าวจีจีเพรสชี้ว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปริมาณในวันจันทร์ (14) ถึง 20 เท่า
       
       สถานทูตหลายประเทศในกรุงโตเกียวแนะนำให้เจ้าหน้าที่ และพลเมืองของตัวเองออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนนักท่องเที่ยวต้องย่นเวลาวันหยุดพักผ่อน และบริษัทต่างชาติก็เร่งให้พนักงานออกจากพื้นที่ หรือวางแผนย้ายไปอยู่นอกเมืองก่อน

ปั๊มน้ำมันยังขายน้ำมันจนหมด ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนพลังงาน

       หนึ่งในสัญญาณบ่งบอกความแตกตื่นของประชาชนคือ ห้างสะดวกซื้อดอนกิโฆเต ซึ่งตามปกติเปิดบริการ 24 ชั่วโมงนั้นขายสินค้าประเภท วิทยุ ไฟฉาย เทียน เชื้อเพลิงกระป๋อง และถุงนอนหมดเกลี้ยง
       
       นักข่าวจากนานาประเทศจำนวนหนึ่ง ที่ลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติในเมืองเซนได ซึ่งถูกแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์ทำลายล้างจนราบคาบ ได้กลับออกมาแล้ว
       
       ขณะที่สำนักจัดหางานไมเคิล เพจ อินเตอร์เนชันนัลของอังกฤษ ซึ่งมีสำนักงานในกรุงโตเกียว ปิดทำการเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยพนักงานคนหนึ่งเผยว่าเขาจะเดินทางไปทำงานที่สำนักงานในสิงคโปร์
       
       ด้านสำนักข่าวเกียวโดเสริมว่า ในจังหวัดไซตามะ ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโตเกียวนั้นก็ยังตรวจพบระดับกัมมันตรังสีสูงกว่าปกติถึง 40 เท่า แต่ไม่ถึงขนาดเป็นอันตรายต่อคน ทว่า ทำให้เกิดความแตกตื่นในนครหลวงอันทันสมัยที่ผู้คนคับคั่งอย่างมาก
       
       เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า กระแสลมที่พัดพาเอากัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะได้เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งผ่านกรุงโตเกียว แต่จะเปลี่ยนทิศไปทางตะวันตกในเวลาต่อมา
       
       กรมอุตุฯ ระบุว่า ความเร็วลมจะเพิ่มขึ้นในวันพุธ (16) โดยจะเคลื่อนตัวไปทางใต้ด้วยความเร็ว 3-5 เมตรต่อวินาที ก่อนที่จะเปลี่ยนทิศไปทางตะวันออกไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิกด้วยความเร็วมากขึ้นที่ 5-12 เมตรต่อวินาที ในวันเดียวกัน

ผู้คนต้องปิดจมูกและปากป้องกันกัมมันตรังสี

       


ด่วน!! เกิดเสียงระเบิดที่อาคาร “เตาปฏิกรณ์ 2” ของญี่ปุ่นเช้านี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 08:07 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000033139

เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะเช้าวันนี้(15) แต่ผู้บริหารโรงไฟฟ้าเชื่อคอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์ไม่น่าจะได้รับความเสียหา

       เอเอฟพี – เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะในช่วงเช้าวันนี้ (15) ซึ่งนับเป็นการระเบิดครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันเสาร์ (12) ที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงไฟฟ้าเผย
       
       โฆษกบริษัท โตเกียว อิเล็คทริค เพาเวอร์ โค (เท็ปโก) เปิดเผยว่า “เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง” ขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 เมื่อเวลาประมาณ 06.00 ถึง 06.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น วันนี้ (15)
       
       รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า คอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์เสียหายบางส่วน แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากแรงระเบิดหรือไม่
       
       ยูกิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า อ่างเก็บน้ำหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เก็บกักน้ำเพื่อลดอุณหภูมิและควบคุมความดันได้รับความเสียหาย
       
       “แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีปริมาณกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด” เอดาโนะกล่าว
       
       เท็ปโก เชื่อว่า คอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์ไม่น่าจะได้รับความเสียหายหรือเกิดรอยรั่ว เนื่องจากระดับกัมมันตรังสีไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น โฆษกสำนักงานความปลอดภัยด้านปรมาณูญี่ปุ่น เผย
       
       ล่าสุด เท็ปโกได้อพยพคนงานบางส่วนออกจากบริเวณเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 แล้ว
       
       “เราได้อพยพพนักงานออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว เว้นแต่ผู้ที่มีหน้าที่ลดอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์” โฆษกเท็ปโกระบุ
       
       เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านอุตสาหกรรมและปรมาณูญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ว่า “คนงานที่อยู่ใกล้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ถูกอพยพออกไปทั้งหมด ยกเว้นพวกที่ต้องสูบน้ำเข้ามาลดอุณหภูมิของเตา”
       
       “แต่การอพยพคนไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต”

       

Blogged with the Flock Browser
This entry was posted in Pher and tagged . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s